วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2558





5 อาหารขึ้นชื่อของประเทศไทย

5 อาหารไทย ติดใจคนทั่วโลก

 ต้มยำกุ้ง

       
       “ต้มยำกุ้ง” ถือเป็นเมนูแรกๆ ที่ชาวโลกพูดถึงหากมีหัวข้อเกี่ยวกับอาหารไทย โดยต้มยำนั้นถือเป็นอาหารประเภทแกง เน้นรสเปรี้ยวและเผ็ดเป็นหลัก ผสมกับความเค็มและหวานเล็กน้อย ส่วนใหญ่แล้วคนจะรู้จักต้มยำกุ้งมากกว่าต้มยำที่ใส่เนื้อสัตว์ชนิดอื่น 
       
       ต้มยำกุ้งจะมี 2 ประเภท คือ ต้มยำน้ำใส และต้มยำน้ำข้น ซึ่ง สันติ ได้ให้คำอธิบายไว้ว่า ต้มยำโบราณจริงๆ นั้นไม่ได้ใส่น้ำพริกเผาเหมือนในทุกวันนี้ และจะเป็นต้มยำน้ำใส ที่ใส่มันกุ้งให้ดูสวยงามและเพิ่มรสชาติ ในช่วงหลัง เริ่มหามันกุ้งได้ยากขึ้นเพราะคนกินเยอะ เลยประยุกต์ใส่น้ำพริกเผาลงไปแทนเพื่อให้สีสันสวยงาม และยังมีการใส่กะทิ หรือนมสด ลงไปในต้มยำในภายหลัง ถือเป็นการดัดแปลงและพัฒนาจากน้ำใสมาเป็นน้ำข้น ส่วนความหวาน เดิมจะได้รสหวานมาจากความสดของกุ้ง แต่ปัจจุบันใส่ทั้งน้ำพริกเผา นมสด และน้ำตาล เพื่อให้ได้รสหวานมากขึ้น จนไม่ใช่รสชาติดั้งเดิมของต้มยำกุ้ง





5 อาหารไทย ติดใจคนทั่วโลก

ส้มตำ
           

 คนมักจะเข้าใจว่า “ส้มตำ” เป็นอาหารพื้นเมืองของภาคอีสาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ส้มตำเป็นอาหารที่ถือกำเนิดขึ้นในภาคกลาง ซึ่งในสมัยก่อนนั้น ในประเทศไทยไม่ได้ปลูกต้นมะละกอ แต่มะละกอมีต้นกำเนิดมาจากทวีปอเมริกาใต้ จากนั้นก็ถูกเผยแพร่เข้ามาสู่ทวีปเอเชีย และมีอยู่ที่เมืองมะละกาเป็นหลัก ภายหลังก็ถูกเผยแพร่เข้ามาสู่ประเทศไทย โดยคนไทยเองก็เข้าใจว่าพืชชนิดนี้มาจากมะละกา จึงมีการเรียกชื่อเพี้ยนมาเป็นมะละกอ เหมือนในปัจจุบัน

 “คนไทยเราตำมะละกอที่เรียกว่าส้มตำมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เนื่องจากได้มะละกอและพริก ซึ่งมาจากอเมริกาใต้เหมือนกัน นำมาตำพร้อมๆ กัน และสมัยก่อนก็ยังไม่มีการใส่ปลาร้า ใส่มะกอก แต่จะตำแบบไทยๆ คือ ใส่มะนาวและน้ำตาลปี๊บ เพราะคนไทยกินรสเปรี้ยวหวาน ส่วนส้มตำไทยแท้ๆ ก็จะใส่กุ้งแห้ง และถั่วลิสงด้วย แต่พอคนอีสานมาเห็นส้มตำไทย ก็ปรับเปลี่ยนรสชาติตามที่ชอบ คือ คนอีสานจะกินรสเค็มเผ็ด จึงไม่ใส่น้ำตาล และใส่ปลาร้าเพิ่มเติม” สันติ กล่าว

                
       นอกจากส้มตำแบบพื้นฐานแล้ว ก็ยังมีการประยุกต์ส้มตำให้เป็นไปตามแบบของแต่ละท้องถิ่น หรือตามรสชาติที่ชอบอีกด้วย อาทิ ส้มตำปูปลาร้า ตำซั่ว ตำป่า ตำไข่เค็ม ส้มตำหอยดอง และส้มตำปูม้า หรือจะนำผัก-ผลไม้อื่นๆ มาใช้แทนมะละกอ เช่น ตำมะม่วง ตำกล้วย ตำแตง ตำถั่ว เป็นต้น 





5 อาหารไทย ติดใจคนทั่วโลก

  ผัดไทย

       
    
   “ผัดไทย” เป็นอาหารอีกจานที่คนต่างชาติรู้จักกันมาก เนื่องจากชื่ออาหารที่เรียกง่าย และบ่งบอกความเป็นอาหารไทยได้อย่างชัดเจน เมื่อเร็วๆ นี้ Hotels.com เว็บไซต์ด้านโรงแรมและการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโลก ได้สำรวจอาหารชาติต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวนิยมกินมากที่สุดระหว่างการเดินทางไปท่องเที่ยวยังต่างแดน ผลปรากฏว่า อาหารไทยติดอันดับที่ 7 และเมนู “ผัดไทย” ก็ถือเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในบรรดาอาหารไทย
               
       อันที่จริงแล้วผัดไทยนั้นมีมาตั้งแต่โบราณ และเป็นหนึ่งในอาหารจำพวกก๋วยเตี๋ยวผัด แต่เริ่มเป็นที่รู้จักกันทั่วไป และเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติมากขึ้นในสมัยของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ซึ่งเป็นช่วงที่สภาวะเศรษฐกิจของประเทศตกต่ำ จากสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้มีการรณรงค์ให้หันมานิยมกินก๋วยเตี๋ยวแทน เพื่อลดการบริโภคข้าวภายในประเทศ และยังมีการเปลี่ยนชื่อให้เป็น “ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย” เพื่อเน้นความนิยมไทยอีกด้วย






5 อาหารไทย ติดใจคนทั่วโลก


  แกงเขียวหวาน

       
    
   “แกงเขียวหวาน” เป็นแกงกะทิที่ถูกพัฒนามาจากแกงเผ็ดแบบดั้งเดิม คือ แกงเผ็ดจะใช้พริกแห้งสีแดงเป็นส่วนผสม จากนั้นก็เปลี่ยนมาใช้พริกสดสีเขียว และใส่ใบพริกสดตำลงไปพร้อมกับเครื่องแกงด้วย เพื่อให้มีสีเขียวที่เด่นชัดขึ้น
               
       ชื่อแกงเขียวหวานมีที่มาจากสีเขียวของเครื่องแกง แต่คำว่า “หวาน” นั้น ไม่ได้หมายถึงรสชาติของอาหารแต่อย่างใด กลับหมายถึงเป็นแกงที่มีสีเขียวแบบหวาน คือเขียวนวลๆ ไม่ฉูดฉาด ส่วนรสชาติของเมนูนี้จะเน้นเค็มนำ แล้วหวานตาม และจะมีความเผ็ดมากกว่าแกงเผ็ดชนิดอื่นเล็กน้อย เพราะใช้พริกสดเป็นเครื่องแกง
               
       และจากกรณีที่มีข่าวฟอร์เวิร์ดว่า พ่อครัวชาวอเมริกันได้จดสิทธิบัตรแกงเขียวหวาน ซึ่งเป็นอาหารของคนไทย ในภายหลังได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่า ไม่เป็นความจริง ยังไม่มีชาวต่างชาติจดสิทธิบัตรแกงเขียวหวานเป็นของตนเอง และการจดสิทธิบัตรแกงเขียวหวานนั้นมีเพียงคนไทยเท่านั้นที่เป็นผู้ยื่นคำขอจดสิทธิบัตร ดังนั้น แกงเขียวหวานก็ยังคงเป็นอาหารของไทยต่อไป
 








5 อาหารไทย ติดใจคนทั่วโลก




มัสมั่น
       
      
 “มัสมั่น” ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก จากการสำรวจของเว็บไซต์ CNNGO ซึ่งก็กลายเป็นเมนูอาหารไทยที่ได้รับความนิยมในต่างแดนไปแล้ว แม้ว่าปัจจุบัน มัสมั่นจะมีสัญชาติเป็นอาหารไทย แต่จุดเริ่มต้นของมัสมั่นนั้นต้นตำรับมาจากอินเดีย แต่ในประเทศไทยนั้นเกิดในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งนำเข้ามาโดยชาวเปอร์เซีย
               
       แกงมัสมั่นแบบต้นตำรับจะมีรสชาติออกเค็มมัน และนิยมใช้เนื้อวัวมาปรุง ส่วนมัสมั่นของไทยจะมีรสหวานนำ และลดปริมาณเครื่องเทศให้น้อยลง และในปัจจุบันมีการเลือกใช้เนื้อสัตว์ที่หลากหลายมากขึ้น ถือเป็นการปรับรสชาติให้เข้ากับความชื่นชอบของคนไทย
               
       นับได้ว่าอาหารไทย 5 เมนูนี้ เป็นจุดเริ่มต้นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ชาวต่างชาติรู้จักอาหารไทยที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีกับการที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นครัวของโลก และยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของไทยอีกด้วย
 



                 




วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2558


หอเอนเมืองปีซ่า (Pisa) 





หอเอนปีซ่า อยู่ที่เมืองปีซ่า ประเทศอิตาลี เป็นหอคอยสร้างด้วยหินอ่อน สูง 181 ฟุต มี 8 ชั้น เริ่มสร้าง ค.ศ. 1174 แล้วเสร็จปี ค.ศ. 1350 รวมเวลาการก่อสร้างถึง 176 ปี
   ตามประวัติกล่าวว่า ขณะก่อสร้างเสร็จ ฐานทรดไปข้างหนึ่ง จะเป็นด้วยการคำนวณผิดพลาดหรือประการใดก็ไม่ทราบ เมื่อวัดปรากฏว่าเอียงออกจากแนวดิ่งของฐานถึง 18 ฟุต แต่กระนั้นก็ยังไม่ล้ม ยังเอียงอยู่จนถึงทุกวันนี้
   หอคอยหินอ่อนแห่งนี้ ภายในวิจิตรงดงามด้วยเสาหินอ่อนที่สลักลายฝีมือของจิตรกรชื่อดังแห่งยุค ทำให้เป็นหอที่ทรงคุรค่าทางศิลปะอย่างยิ่ง
   หอคอยแห่งนี้ในยุคนั้น กาลิเลโอ นักดาราศาสตร์ชื่อดังของโลก ได้ทำการทดลองน้ำหนักของวัตถุ และกฏแห่งแรงดึงดูดของโลกเป็นผลสำเร็จ
   กาลิเลโอ เป็นบุคคลที่น่าศึกษามาก เขาเกิดที่เมืองปีซ่า ที่ตั้งหอเอน เขาเกิดวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1561 ชอบวิชาคณิตศาสตร์มาก แต่บิดาบังคับให้เรียนวิชาแพทย์ ที่มหาวิทยาลัยปีซ่า ซึ่งการเรียนของเขานี้ ปรากฏว่า เขามักซ่อนความคิดของ "อาคีมีดีส" นักคณิตศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงของโลก เมื่อไปดูการบรรยายเสมอ
   เขาใช้ชีวิตอย่างนักวิทยาศาสตร์ เชื่อมั่นในเหตุผลของตัวเขาเอง ไม่ยอมเชื่อตำราหรือคำพูดของใครเป็นอันขาด แม้จะถูกลงโทษอย่างไร เขาก็ยืนยันในความถูกต้องในความคิดของเขา ซึ่งขัดแย้งกับความรู้เก่า และยังดำเนินชีวิตขัดกับประเพณีนิยมด้วย เขาสอนความรู้ของเขาให้คนอื่นเชื่อตาม โดยขัดแย้งกับความรู้ความคิดเห็นของครูบาอาจารย์ จนกระทั่งในที่สุดเขาถูกขับออกจากมหาวิทยาลัยปีซ่า
   อย่างไรก็ตาม กาลิเลโอยังคงต่อสู้ต่อไปโดยเข้าสอนในมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ ซึ่งให้ความอิสระทั้งด้านความคิด การทดลอง และการค้นคว้าของเขา มหาวิทยาลัยแห่งนี้ชื่อ มหาวิทยาลัยปาดัว ซึ่งยุคแห่งวานิช ได้แต่ตั้งให้เขาเป็นศาสตราจารย์แห่งปาดัวตลอดชีวิต
   ตั้งแแต่นั้นมาเขามอบชีวิตให้แก่การค้นคว้าความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เขาได้สร้างสโมสรของวงการวิทยาศาสตร์ และปรัชญา ได้เปิดเผยผลแห่งการสังเกตการณ์ และผลหารทดลองของเขา โดยให้สมาชิกรู้ความลับของแม่เหล็ก และแรงแม่เหล็กของโลก เขาได้อธิบายถึงส่วนประกอบของเข็มทิศ ซึ่งเขาพึ่งประดิษฐ์ขึ้น เขาได้แสดงเครื่องกลสูบน้ำ วิธีการวัดอุณหภมิของอากาศ และเครื่องประดิษฐกรรมที่ประหลาดที่สุด ทำให้สมาชิกซึ่งตื่นเต้นอยู่แล้วในผลงานของเขา ต้องตื้นเต้นยิ่งขึ้น นั่นคือ กล้องโทรทัศน์สำหรับดูดาวซึ่งอยู่แสนไกล
   เจ้ากล้องประหลาดนี่เอง เป็นสิ่งแรกที่จูงไปพบจุดจบด้วยยาพิษ ทั้งๆที่ไข้กำลังจับ นอนอยู่บนเตียง นั่นคือต่อมาเขาฉีกสัญญาที่ทำไว้กับมหาวิทยาลัยปาดัว โดยประสงค์จะกลับไปปีซ่า ซึ่งครั้งหนึ่งที่นั่นเคยไล่เข้าออก แต่ปัจจุบันบางที่เขาคิดว่า คงจะนำเอาความมีชัยเกียรติยศอันสูงส่งที่มีอยู่ไปแพร่ก็ได้ที่สุด เขาก็ได้กลับไปสมประสงค์ แต่เมื่อเขาเข้าไปอยู่ในมหาวิทยาลัยปีซ่า อาราจักรแห่งความเชื่อถือ ลัทธินิยม เขาได้รับสิ่งที่ไม่ขาดคิดไว้เลย เขาต้องเผชิญกับปัญหายุ่งยาก เรื่องลัทธิและปราศจากความเป็นอิสระ จนกระทั่งต้องถูกเรียกตัวไปสาบานต่อหน้าคณะกรรมการศาสนา และถูกประกาศห้ามนำหนังสือที่เขาเขียนขึ้น อันเกี่ยวกับการคัดค้านศาสนาความเชื่องมงายออกเผยแพร่ และท้ายที่สุด เขาถูกจำคุกอีกครั้งหนึ่ง นับเป็นเคราะห์กรรมอย่างหนักของเขาที่เดียว
   แต่ด้วยกำลังใจอันเข้มแข็งของกาลิเลโอนั่น เขายังอุตสาห์เขียนหนังสือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ขึ้นอีกเล่มหนึ่ง ลักลอบส่งไปโรงพิมพ์ประเทศฮอลันดา แต่เขาไม่มีโอกาศอ่านหนังสือเล่มนี้เลย ทั้งๆที่เขายังมีชีวิตอยู่ยังไม่ตาย แต่ดวงตาของเขาทั้งสองข้างบอดสนิทเสียแล้ว ดังนั้นเขาจึงได้แต่กอดหนังสือเล่มนั้นอย่างปลื้มปิติ
              เขาพึมพำออกมาด้วยความตื้นตันว่า "หนังสือเล่มนี้ เป็นงานสำคัญยิ่งกว่างานทั้งหลาย เพราะมันเป็นผลงานที่เกิดจากการทุกข์ทรมานอันแสนเข็ญ"
   ดวงตาบอด ความเจ็บป่วยกำลังหนัก เกือบจะหมดเรี่ยวแนง แต่เขาถูกบังคับให้จบชีวิตด้วยยาพิษ ถึงแม้ว่า ก่อนที่เขาจะจิบยาพิษไปจบชีวิตเขา เขายังพูดว่า "...แต่โลกมันเคลื่อนจริงๆ นี่เพื่อน"
   กาลิเลโอ นักคณิตศาสตร์ชื่อดังของโลกถึงแก่กรรมเมื่อ ค.ศ. 1642 รวมอายุได้ 78 ปี
หอเอนเมืองปีซ่าจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกยุคกลาง

สาธารณรัฐอิตาลี (Republic of Italy)




ประชาชนที่อยู่ในประเทศอิตาลีเรียกว่า ชาวอิตาเลียน ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากคนในสมัยโรมันโบราณ ประชาชนส่วนใหญ่
นับถือศาสนาคริสต์ จำนวนประชากรของประเทศอิตาลีมีประมาณ 60 ล้านคน โดยประมาณ 3 ล้านคนอาศัยอยู่ในกรุง
โรม และอีก 2 ล้านคนอยู่ในมิลาน นิกายโรมันคาทอลิก มีภาษาทางการคือภาษาอิตาลี และบางพื้นที่ในประเทศเยอรมนีและฝรั่งเศส แต่จะเป็นภาษาซิซิลี และภาษาซาร์ดีเนีย ซึ่งคล้ายกับภาษาอิตาลีแต่ต่างกันที่สำเนียงเท่านั้น

ภาษาราชการ :  อิตาเลียน และมีภาษาเยอรมันเป็นภาษารอง
ศาสนา :  ส่วนใหญ่เป็นโรมันแคธอลิก
สกุลเงิน : Euro

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2558



สัตว์ประจำชาติของประเทศอิตาลี




      คือ       หมาป่าอิตาลี




เที่ยวอิตาลี 5 เมืองท่องเที่ยว น่าไปของประเทศอิตาลี

1. กรุงโรม (Rome)


Rome เที่ยวอิตาลี 10 เมืองท่องเที่ยวของประเทศอิตาลี
เมืองหลวงในอดีตของอาณาจักรโรมันที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งโรมในปัจจุบันเป็นเมืองหลวงของประเทศอิตาลี กรุงโรมตั้งอยู่ศูนย์กลางของแคว้นลาซีโอ
กรุงโรมนั้นเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ เป็นศูนย์รวมของศิลปวัฒนธรรมทั้งแบบคลาสสิคและโมเดิร์นได้อย่างลงตัว และเป็นที่รู้กันว่าที่กรุงโรมมีสถาปัตยกรรมโบราณของกรุงโรมอยู่มากมาย แถมกรุง Vatican ก็ยังอยู่ในโรมอีกด้วย กรุงโรมนั้นมีอายุยืนยาวมากกว่า 2,500 ปี ในฐานะของเมืองศูนย์กลางของวัฒนธรรม การเมือง และ ศาสนา มาหลายยุคหลายสมัย

2. เวนิส (Venice)


Venice เที่ยวอิตาลี 10 เมืองท่องเที่ยวของประเทศอิตาลี
เวนิสเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆของประเทศอิตาลี ซึ่งเวนิสมีความโดดเด่นเฉพาะตัวตรงที่ถุกสร้างบนจุดที่ถูกล้อมรอบด้วยทะเล Adriatic
เวนิสนั้นอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลี เวนิสนั้นประกอบด้วยเกาะเล็กๆ (จะเรียกว่าเกาะดีไหมนะ) 118 เกาะ ซึ่งมีสะพานรูปทรงสวยงามเชื่อมระหว่างเกาะให้ผู้คนสามารถเดินข้ามฝากไปมาได้ การเดินทางภายในตัวเมืองนั้น ใช้เรือแจวไปตามคานาล (แม่น้ำที่ไหลผ่านตามเกาะต่างๆ) โดยมี Grand Canal ซึ่งเป็นคานาลใหญ่สุดผ่ากลางเมือง ทำให้แบ่งออกเป็นสองฝั่ง โดยเมืองนี้ส่วนตัวชอบเป็นพิเศษ ด้วยวิวสวยของคานาลและสถาปัตแบบดั้งเดิมของเวนิส จึงทำให้เมืองแห่งนี้เป็นหนึ่งในเมืองที่โรแมนติกที่สุดในโลก

3. ฟลอเรนซ์ (Florence)


Florence เที่ยวอิตาลี 10 เมืองท่องเที่ยวของประเทศอิตาลี
เมืองหลวงแห่งแคว้น ทัสกานี “ฟลอเรนซ์” . . . เมืองนี้มักจะถูกขนานนามว่าเป็นพิพัธภัณฑ์ขนาดยักษ์ เพราะว่าความสวยงาม รูปทรง และส่วนประกอบอื่นๆของสิ่งปลูกสร้างของเมืองนี้ดูราวกับเทพนิยาย ซึ่งผลงานศิลปะล้ำค่า พิพิธภัณฑ์ และโบสถ์เก่าแก่ กระจัดกระจายอยู่ทั่วตัวเมือง ทำให้ยิ่งดูมีมนต์เสน่ห์ทางศิลปวัฒนธรรมแบบฉบับยุโรปมากขึ้นไปอีก

4. มิลาน (Milan)


Milan เที่ยวอิตาลี 10 เมืองท่องเที่ยวของประเทศอิตาลี
ถูกทิ้งระเบิดจนเสียหายไปมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่หลังจากนั้นเมืองมิลานได้ถูกบูรณะเรื่อยมา จนในปัจจุบันได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ร่ำรวยที่สุดเมืองหนึ่งของทวีปยุโรป แถมที่มิลานผู้คนจากทั่วโลกยังยกให้เป็นเมืองยักษ์ใหญ่ในวงการแฟชั่นโลก เป็นศูนย์กลางของสินค้าแฟชั่นแบรนด์ดังหลากหลายยี่ห้อ นอกจากนั้นที่มิลานยังมีขุมทรัพย์ทางศิลปะอย่างภาพวาด The Last Supper ของ Leonardo Da Vinci, โรงละครโอเปร่า La Scala, the Castello Sforzesco และโบสถ์แบบ Gothic ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกก็อยู่ที่เมืองมิลานด้วย

5. Amalfi Coast


Amalfi_Coast เที่ยวอิตาลี 10 เมืองท่องเที่ยวของประเทศอิตาลี
ตั้งอยู่ในแคว้น กัมปาเนีย เมืองชายทะเล Amalfi Coast มีชื่อเสียงเรื่องลือมากในเรื่องความสวยงามของตัวเมืองและภูมิศาสตร์ โดดเด่นมากจนทำให้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวระดับท็อปของอิตาลีไปเลย ความยาวของเมืองยาวประมาณ 30 ไมล์ ตามแนวหาด Sorrento Peninsula ซึ่งทำให้เมืองแห่งนี้ติดอันดับเมืองน่าเที่ยวของอิตาลี จากความงดงามของภูมิศาสตร์แสนสวยอย่างที่เห็นในรูป บ้านหลากสี และ ต้นไม้ที่ขึ้นสลับไปกับถนน

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2558

แม่น้ำไนล์ (The Nile River)

        แม่น้ำไนล์ (نَهْرُالّنِيْلِ) ถือเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่สุดของทวีปแอฟริกา และเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลก คือยาวถึง 6,700 กิโลเมตร แม่น้ำไนล์ไหลผ่านประเทสแทนซาเนีย, รอวันด้า, บุรูนดี, เคนยา, แซร์, อูกันดา, เอธิโอเปีย, ซูดาน และอียิปต์
แม่น้ำไนล์แม่น้ำไนล์

        ต้นน้ำของแม่น้ำไนล์มีสองสาย โดยไหลไปบรรจบที่เมืองคาร์ทูม (เมืองหลวงของซูดาน) ต้นน้ำแรก ไนล์สีขาว (اَلّنِيْلُ الأبْيَضُ) ไหลจากที่ราบสูงในเขตศูนย์ศูตร ซึ่งมีต้นกำเนิดทางตอนเหนือของทะเลสาบแทนกานิกา ในบุรุนดี เรียกว่า "กาญีร่า" และไหลผ่านทะสาบวิคตอเรีย, กีโยฆา, โมโบโต และทะเลสาบนูในประเทศซูดาน ต้นน้ำสายที่สองคือ ไนล์สีเงิน (اَلّنِيْلُ الأزْرَقُ) มีต้นกำเนิดมาจากทะเลสาบตาน่า ในที่ราบสูงของเอธิโอเปีย ไหลผ่านทางตอนใต้ของซูดานและไหล่เอ่อเข้าท่วมบริเวณเขตหนองน้ำต่างๆ และทะเลสาบนู, ทะเลสาบนูบะห์ (นูเบีย) และอียิปต์ส่วนบน
        จากจุดนี้ไนล์สีน้ำเงินก็แยกออกเป็นลำน้ำสายต่างๆ ระหว่างเมืองคาร์ทูมและเมืองอัสวานในเขตน้ำตกธรรมชาติ และไหลต่อไประหว่างอัสวานและกรุงไคโรในลำน้ำที่แคบๆ แต่มีความอุดมสมบูรณ์ โดยเมืองต่างๆ ของอียิปต์ได้ตั้งอยู่ตลอดสองฝั่งของแม่น้ำไนล์ แม่น้ำไนล์ไหลสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางตอนเหนือของกรุงไคโร ซึ่งมีสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ (เดลต้า) ที่กว้างใหญ่ มีพื้นที่ราว 23,000 ตารางกิโลเมตร ตลอดลำน้ำไนล์นั้นมีการสร้างเขื่อนเพื่อกักเก็บน้ำหลายแห่งด้วยกัน อาทิเช่น เขื่อนญั้ลอัลเอาลิยาอฺ , เขื่อนซินน๊าร , เขื่อนอัสวาน และเขื่อนอัซซัดดุลอาลี ซึ่งเคยติดอันดับเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก แม่น้ำไนล์ได้ชื่อว่ามีสัตว์น้ำจืดอุดมสมบูรณ์และเป็นจุดกำเนิดของอารยธรรมไอยคุปต์โบราณ



ประเทศอิตาลี

ประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทวีปยุโรปในคาบสมุทรอิตาลีที่มีรูปทรงคล้ายรูปรองเท้าบูต  และมีเกาะใหญ่ๆอยู่ 2 เกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน คือ เกาะซิซิลีและเกาะซาร์ดิเนีย  และยังมีหมู่เกาะเล็กๆอีกจำนวนมาก  นอกจากนี้มีรัฐอิสระอีก 2 รัฐก็รวมอยู่ในประเทศอิตาลีด้วยคือ ซานมาริโน และวาติกัน   ซึ่งประเทศอิตาลีมีพื้นที่ทั้งหมด 301,338 ตารางกิโลเมตร หรือ 116,346 ตารางไมล์
เมืองหลวงของประเทศอิตาลีคือ กรุงโรม
ภูมิประเทศ
ประเทศอิตาลีตั้งอยู่บนคาบสมุทรอิตาลี ถูกล้อมรอบด้วยทะเลในทุกๆ ด้านยกเว้นด้านเหนือ เพราะอาณาเขตทางทิศเหนือติดต่อกับประเทศฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์และออสเตรียโดยมีเทือกเขาแอลป์กั้นแบ่ง  เทือกเขาที่สำคัญอีกแห่งคือ เทือกเขาแอเพนไนน์พาดผ่านตอนกลางและตอนใต้ของประเทศ มีแม่น้ำที่ยาวที่สุดในอิตาลีคือแม่น้ำโป (Po) และแม่น้ำไทเบอร์ที่ไหลผ่านกรุงโรม   ทางตอนเหนือของอิตาลีมีทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่มากมาย เช่น ทะเลสาบการ์ดา โกโม มัจโจเร และทะเลสาบอีเซโอ เนื่องจากประเทศอิตาลีถูกล้อมรอบด้วยทะเล ดังนั้นจึงมีชายฝั่งทะเลยาวหลายพันกิโลเมตรซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาที่นี่  นอกจากนี้ประเทศอิตาลียังมีทะเลสาบปล่องภูเขาไฟมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกอีกด้วย
ภูมิอากาศ
ลักษณะภูมิอากาศของประเทศอิตาลีมีหลากหลายรูปแบบและอาจแตกต่างจากลักษณภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนตามพื้นที่ตั้งของประเทศ
ตอนเหนือของอิตาลี – จะเป็นพื้นที่ระหว่างเทือกเขาAlpsและเทือกเขา Tuscan-Emilian Apenines ภูมิอากาศในภูมิภาคนี้จะค่อนข้างแปรปรวน ซึ่งในฤดูหนาวจะหนาวมาก และในฤดูร้อน จะมีอากาศร้อนชื้น และร้อนมาก
ตอนกลางของอิตาลี – จะมีภูมิอากาศที่อบอุ่น มีความแตกต่างกันเล็กน้อยของอุณหภูมิระหว่างฤดูหนาวและฤดูร้อน
ตอนใต้ของอิตาลี และเกาะต่าง ๆ – ฤดูหนาวจะไม่หนาวมาก และในส่วนฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงจะมีอากาศคล้ายคลึงกับฤดูร้อนของภูมิภาคอื่น ๆ ในอิตาลี
ธงชาติ
ธงชาติอิตาลีมีชื่อว่า ลา บันดิเอร่า ตริโคโลเร่ (La Bandiera Tricolore) มีแถบสีเขียว ขาว และแดง เริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2340 ธงชาติอิตาลีคล้ายกับธงชาติฝรั่งเศส แต่มีแถบเขียวแทนสีน้ำเงิน สีเขียวเป็นสัญลักษณ์ของธรรมชาติและสิทธิมนุษยชน คือความเท่าเทียมกันและมีอิสระ
วันชาติของประเทศอิตาลีตรงกับวันที่ 25 เมษายนของทุกปี
ประชากร

ประเทศอิตาลีมีประชากรประมาณ 60.6 ล้านคน  เป็นประเทศทีมีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของสหภาพยุโรปและมากเป็นอันดับที่ 23 ของโลก  เชื้อชาติ ส่วนใหญ่คืออิตาเลียน และมีชนกลุ่มน้อยเชื้อชาติอื่นๆคือ เยอรมัน ฝรั่งเศส สโลเวเนีย และแอลเบเนีย
การแบ่งการปกครอง

ประเทศอิตาลีแบ่งการปกครองย่อยออกเป็น 20 แคว้น แบ่งเป็น 15 แคว้น และอีก 5 แคว้นเป็นแคว้นปกครองตนเอง ซึ่งสามารถบัญญัติกฎหมายท้องถิ่นขึ้นใช้เองได้ และมีทั้งหมด 110 จังหวัดกับอีก 8,100 เทศบาล
เขตการปกครองทั้งหมด 20 เขต มีดังนี้
Abruzzo (อาบรุซโซ)   
แคว้นอาบรุซโซตั้งอยู่ห่างจากกรุงโรมไปทางตะวันออกประมาณ 50 ไมล์  มีพื้นที่ทางทิศเหนือติดต่อกับแคว้นมาร์เก  ทางทิศตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ติดกับแคว้นลาซีโอ  ทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดกับแคว้นโมลิเซและทางด้านทิศตะวันออกติดกับทะเลเอเดรียติก ลักษณะภูมิประเทศเป็นหุบเขา และป่า  ซึ่งส่วนหนึ่งจะถูกนำมาทำเป็นรีสอร์ทเพื่อสำหรับเล่นสกีในช่วงฤดูหนาว
จังหวัด: L’Aquila,Pescara, Teramo และChieti

Aosta Valley (ออสตาวัลเลย์) 
แคว้นที่เล็กที่สุดในประเทศอิตาลี  ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลี  มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศฝั่งเศสทางทิศตะวันตก ติดกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ทางด้านทิศเหนือ  ส่วนด้านทิศใต้และตะวันออกติดกับแคว้นปีเอมอนเต
จังหวัด : Aosta

Apulia (ปูลยา)
อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ มีอาณาเขตติดต่อกับทะเลเอเดรียติกทางทิศตะวันออก ทะเลไอโอเนียนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และติดกับช่องแคบโอตรันโตและอ่าวตารันโตทางทิศใต้ และเป็นที่ตั้งของคาบสมุทรย่อยที่มีชื่อว่าซาเลนโต ที่มีรูปร่างคล้ายกับส้นรองเท้า
จังหวัด : Bari,Brindisi,Foggia,LecceและTaranto

Basilicata (บาซีลีกาตา)        
ตั้งอยู่ทางใต้ของประเทศ มีอาณาเขตติดต่อกับแคว้นกัมปาเนียทางทิศตะวันตก แคว้นปูลยาทางทิศเหนือและตะวันออก และแคว้นกาลาเบรียทางทิศใต้ มีชายฝั่งทะเลที่ติดกับทะเลติร์เรเนียนที่อยู่ระหว่างแคว้นกัมปาเนียในด้านตะวันตกเฉียงเหนือ และแคว้นกาลาเบรียทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และอีกด้านหนึ่งของแคว้นมีชายฝั่งทะเลที่ติดกับอ่าวตารันโต ในทะเลไอโอเนียนระหว่างแคว้นกาลาเบรียทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ และแคว้นปูลยาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัด: PotenzaและMatera

Calabria (กาลาเบรีย) 
ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของอิตาลี เป็นส่วนล่างของคาบสมุทรอิตาลี  แคว้นกาลาเบรียมีอาณาเขตติดต่อทางทิศเหนือกับแคว้นบาซีลีกาตา ทางทิศตะวันตกวันตกเฉียงใต้ติดต่อกับแคว้นปกครองตนเองซิซิลี ทางตะวันตกติดกับทะเลติร์เรเนียนและติดต่อกับทะเลไอโอเนียนทางทิศตะวันออก แถบนี้นั้นเป็นเขตภูมิอากาศอบอุ่น มีทะเลที่สวยงาม รวมถึงธรรมชาติอื่น ๆ ที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง
จังหวัด: Catanzaro, Reggio Calabria,Cosenza,CrotoneและMatera

Campania (กัมปาเนีย)
แคว้นนี้อยู่ทางทิศใต้ของประเทศอิตาลี  ตั้งอยู่บนคาบสมุทรอิตาลี ทางทิศตะวันตกจรดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีหมู่เกาะ Flegrean และกาปรีเป็นส่วนหนึ่งของเขตการปกครองของแคว้นด้วย
จังหวัด : Naples,Caserta,Benevento,AvellinoและSalerno

Emilia-Romagna (เอมีเลีย-โรมัญญา) 
มีพื้นที่ด้านตะวันออกเป็นทะเลเอเดรียติก  ทางด้านทิศเหนือเป็นแม่น้ำโป  และด้านทิศใต้เป็นเทือกเขาแอเพนไนน์  ส่วนด้านอื่นเป็นเนินเขาและภูเขาที่กั้นระหว่างทัสกานีและเอมีเลีย
จังหวัด : Bologna,Ferrara, Forli-Cesena,Modena,Parma,Piacenza,Ravenna, Reggio Emilia และRimini

Friuli-Venezia Giulia (ฟรีอูลี-เวเนเซียจูเลีย)  
เป็นหนึ่งใน 5 แคว้นการปกครองตนเอง  มีอาณาเขตติดต่อกับแคว้นเวเนโตทางทิศตะวันตก ติดกับประเทศออสเตรียทางทิศเหนือ ประเทศสโลวีเนียทางทิศตะวันออก และติดกับทะเลเอเดรียติกทางทิศใต้
จังหวัด : Trieste, Gorizia,PordenoneและUdine

Lazio (ลาซีโอ)
แคว้นลาซิโอมีพื้นที่ทางด้านทิศตะวันออกติดกับแคว้น โมลิเซ  และทางด้านทิศเหนือติดกับแคว้นอุมเบรีย ส่วนทางด้านทิศตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้นั้นติดกับทะเล
จังหวัด : Rome, Frosinone,Latina, Rieti และ Viterbo

Liguria (ลิกูเรีย)        
ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิตาลี  และมีอาณาเขตติดกับประเทศฝรั่งเศส มีลักษณะพื้นที่เป็นแนวยาวโค้งและแคบกว่าแคว้นอื่นๆ  ทางด้านทิศเหนือติดกับแคว้นปิเอมอนเต
จังหวัด : Genoa, Imperia,SavonaและLa Spezia

Lombardy (ลอมบาร์ดี)   
แคว้นนี้ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของประเทศ  มีอาณาเขตติดต่อกับแคว้นต่างๆดังนี้ ทางด้านทิศใต้ติดกับแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา  และทิศตะวันตกติดกับแคว้นปิเอมอนเต เป็นสถานที่ที่เป็นจุดมุ่งหมายหลักของนักเล่นกีฬาฤดูหนาว นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบ Maggiore ซึ่งเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่และมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่งล
จังหวัด :  Bergamo,Brescia,Como,Cremona,Lecco,Lodi,Mantua,Milan,Monzaand Brianza,Pavia, Sondrio และVarese

Marche (มาร์เก)        
อยู่ในภาคกลางของประเทศ มีอาณาเขตติดต่อกับแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญาและประเทศซานมารีโนทางทิศเหนือ ติดกับแคว้นทัสกานีทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ติดกับแคว้นอาบรุซโซและแคว้นลาซีโอทางทิศใต้ และติดต่อกับทะเลเอเดรียติกทางทิศตะวันออก ภูมิประเทศโดยส่วนใหญ่จะเป็นหุบเขาและภูเขา ที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขา Umbria-Marche Appenines และจะทอดตัวต่ำลงในแถบชายหาด
จังหวัด : Ancona,Ascoli Piceno, Fermo, Macerata,Pesaroและ Urbino

Molise (โมลีเซ)         
ตั้งอยู่ในภาคใต้ของประเทศ มีอาณาเขตทางด้านทิศเหนือติดต่อกับแคว้นมีพื้นที่เล็กที่สุดเป็นอันดับสองของรองจากแคว้นปกครองตนเองวัลเลดอสเต ทางด้านทิศเหนือติดกับแคว้นอาบรุซโซ  ทิศใต้ติดกับแคว้นกัมปาเนีย  และด้านทิศตะวันออกติดกับแคว้นปูลยา
จังหวัด :  Campobasso และ Isernia

Piedmont (ปีเอมอนเต)         
เป็นหนึ่งใน 20 แคว้นของประเทศอิตาลี  ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของประเทศ พื้นที่ด้านทิศตะวันออกติดกับแคว้นลอมบาร์ดี  และด้านทิศตะวันตกติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน  ดินแดนแห่งนี้ถูกล้อมรอบทั้ง 3 ด้านของแอลป์ และมีธารน้ำแข็งที่สูงที่สุดและใหญ่ที่สุดในอิตาลี ภาษาหลักที่ใช้กันคือ ปิเอมอนเตส อ๊อกซีตัน
จังหวัด : Turin,Alessandria,Asti,Biella,Cuneo,Novara, Verbano Cusio Ossola และVercelli

Sardinia (ซาร์ดิเนีย)      
ถือว่าเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสามในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตั้งอยู่ใจกลางของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และมีภูมิประเทศเป็นลักษณะภูเขา แคว้นแห่งนี้มีชื่อเสียงมากในเรื่องของชายหาด อาทิเช่นEmeraldCoastเป็นต้น
จังหวัด : Cagliari, Carbonia-Iglesias, Nuoro, Olbia-Tempio, Oristano, Medio Campidano,Sassariและ Ogliastra

Sicily (ซิชิลี)    
แคว้นนี้ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของประเทศอิตาลี  มีลักษณะเป็นเกาะและถือว่าเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน  เมืองนี้เป็นเมืองที่ร่ำรวยและมีเอกลักษณ์โดดเด่นทางด้านวัฒนธรรม  โดยเฉพาะด้านศิลปะ ดนตรี วรรณคดี  อาหารการกินและภาษา
จังหวัด : Palermo,Agrigento,Catania,Caltanissetta, Enna,Messina,Ragusa, Siracusa และTrapani

Tuscany (ทัสกานี)     
แคว้นนี้ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางของประเทศ  มีพื้นที่ด้านทิศเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือติดกับแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา ทางทิศตะวันออกติดกับแคว้นมาร์เกและอุมเบรีย ส่วนทางด้านทิศตะวันตกติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นดินแดนที่มีความสำคัญทางด้านมรดกทางศิลปะ
จังหวัด : Florence,Arezzo,Grosseto, Livorno,Lucca, Massa Carrara,Pisa,Pistoia,PratoและSiena

Trentino-Alto Adige (เตรนติโน-อัลโตอาดีเจ)   
แคว้นนี้ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของประเทศ  มีพื้นที่ทางด้านทิศใต้ติดกับแคว้นเวเนโต และด้านทิศตะวันตกติดกับแคว้นลอมบาร์ดี นอกจากนี้ยังติดกับประเทศออสเตรียและประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย
จังหวัด : BolzanoและTrento

Umbria (อุมเบรีย)     
แคว้นอุมเบรียตั้งอยู่บริเวณภาคกลางของประเทศ มีพื้นที่ด้านทิศใต้ติดกับแคว้นลาซิโอ และด้านทิศตะวันออกติดกับแคว้นมาร์เก  ส่วนทางด้านทิศตะวันตกยาวไปจนถึงด้านทิศเหนือติดกับแคว้นทัสกานี
จังหวัด : PerugiaและTerni

Veneto (เวเนโต)       
ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของประเทศอิตาลี  พื้นที่ทางด้านทิศเหนือติดกับแคว้นเตรนติโน-อัลโตอาดีเจ ด้านทิศตะวันตกติกับแคว้นลอมบาร์ดี  ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับแคว้นฟรีอูลี-เวเนเซียจูเลีย  ส่วนพื้นที่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดกับทะเลอาเดรียติก
จังหวัด : Venice, Belluno,Padua,Rovigo,Treviso,Veronaและ Vicenz