วันอังคารที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

แนะนำน้ำหอมแบรนด์ไทย โดยฝีมือคนไทย

ถ้าเอ่ยถึงน้ำหอมสาวๆหนุ่มๆหลายๆท่าน อาจจะนึกถึงน้ำหอมที่มีราคาแพง และหรูหรา และเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับใครหลายๆคน เพื่อเพิ่มความมั่นใจและเพิ่มเสน่ห์ให้แก่ตัวของเราเอง และวันนี้ครับ ผมจะพาทุกท่านไปพบกับน้ำหอม แบรนด์ไทย โดยฝีมือคนไทย โดยได้แรงบันดาลใจจาก การทำน้ำปรุงในสมัยโบราณจากน้ำมันหอมระเหยจากดอกไม้กลิ่นพื้นบ้านที่หาได้ในเมืองไทย ผสมผสานความทันสมัยเข้าไป ทำให้ได้ออกมาเป็นกลิ่นน้ำหอมมากมาย ที่สำคัญ ราคายังถูกและคงความทนทานได้นานด้วยอีกต่างหาก เรียกได้ว่าเป็นอีกแบรนด์น้ำหอม ที่น่าจะครองใจใครหลายๆคนได้ไม่ยากนะครับ สำหรับตัวผู้เขียนนั้นได้รู้จักแบรนด์นี้ตอนที่ได้ไปเดินตลาดจตุจักรนะครับ ส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบน้ำหอม และไม่ได้ยึดติดกับแบรนด์ โดยเน้นไปที่กลิ่นที่ชอบและเหมาะสมกับโอกาสเสียมากกว่า หากท่านใดสนใจก็ไปลองหาชมกันได้ โดยสอบถามสาขาของทาง Butterfly Thai Perfume ที่ค่อนข้างจะมีสาขาเยอะพอสมควรแล้ว ในขณะนี้

Butterfly Thai Perfume Agarwood & Benzoin (ไม้กฤษณาผสมกำยาน)
  
2. Butterfly Thai Perfume กลิ่น Cape lily & Pear (พลับพลึงและแพร์)






วันเสาร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

เอ็นทรานซ์ 4.0 หรือ เอ็นทรานซ์ 61

เป็นการสอบระบบใหม่ ที่จะเริ่มใช้ในปี 2561 ซึ่งจะเปิดสอบ “พร้อมกันทั่วประเทศ” เพียงครั้งเดียวโดยใช้ข้อสอบกลาง (หากมหาวิทยาลัยไหนจะจัดสอบเองต้องขออนุญาตก่อน) และน้องๆ สามารถนำคะแนนที่ได้มายื่นสมัครเลือกคณะที่ต้องการได้ 4 อันดับ มีสิทธิ์ในการยื่น คะแนนตามระบบเคลียริ่งเฮาส์ 2 ครั้ง

ซึ่งกระบวนการตามระบบคือ

  1. นักเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 สอบปลายภาคเรียบร้อยแล้ว
  2. เปิดสอบ GAT PAT และ 9 วิชาสามัญ (สอบประมาณช่วงกลางมีนาคม 2561)
  3. นำคะแนนที่ได้ ไปยื่นเลือกคณะที่ต้องการ 4 อันดับ
  4. มหาวิทยาลัยคัดเลือกนักศึกษา ส่งชื่อเข้าระบบเคลียริ่ง #เคลียริ่งรอบที่1
  5. เปิดให้นักเรียนที่ไม่ติดคณะที่ต้องการ ในรอบแรก ยื่นคะแนนรอบที่2
  6. นักเรียนผ่านการคัดเลือก #เคลียริ่งรอบ2
ซึ่งระหว่างที่มีการสอบ ยื่นคะแนน และมหาวิทยาลัยทำการคัดเลือกอยู่นั้น ทางกระทรวงศึกษาธิการจะไม่อนุญาตให้มหาวิทยาลัยเปิดสอบรับตรงใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อลดปัญหาเด็กต้องวิ่งสอบหลายสนาม รวมถึงลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
หากน้องๆ คือนักเรียนที่จะจบการศึกษาและเข้าสอบระบบเอนทรานซ์ 4.0 อย่าเพิ่งตกใจหรือหวั่นไหวกับระบบเอนทรานซ์ 4.0 มากไปเพราะ ระบบการสอบเปลี่ยน ไม่ได้แปลว่าการสอบจะลดน้อยลง แต่เป็นเพียง “การเลื่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยออกไป” จากเดิมต้องสอบช่วงเทอม2ของม. 6 เปลี่ยนเป็นสอบหลังจากจบม. 6

เมื่อระบบเปลี่ยน เราจะปรับตัวกันอย่างไรล่ะ?

ลองดู 6 สเต็ป แรกเริ่มรับมือเอนทรานซ์ 4.0 กันก่อนดีกว่าแล้วจะรู้ว่า “ยากเกินกว่าความพยายามของเรา ไม่มีจริง!”
  1. วางแผนการอ่านหนังสือให้ดี เพราะการสอบเอนทรานซ์ 4.0 ทำให้เรามีเวลาอ่านหนังสือมากขึ้น แต่อย่าชะล่าใจเด็ดขาด เพราะถ้านับวันเวลาตามจริง  เด็ก’61 จะมีเวลาเตรียมตัวสอบเข้า มหาวิทยาลัย นับจากนี้เพียง 1 ปีกว่าๆ เท่านั้น
  1. อัพเดทข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือได้ หรือคลิ๊ก Ondemand เพราะเราจะเก็บทุกข่าวสารสำคัญของวงการศึกษาไทย มาฝากน้องๆ อย่างสม่ำเสมอ
  1. เรื่องเรียนอย่าทิ้ง ทบทวน ทำคะแนนสอบในรั้วโรงเรียน ซิวเกรดสวยๆ มาครอบครองไว้ก่อน
  1. อย่าลืมค้นหาสถิติคะแนน คณะที่ตัวเองชื่นชอบมาตั้งเป็นมาตรฐานให้ตัวเองไว้ จะได้รู้ว่าเราต้องทำคะแนนสอบมากเท่าไหร่ ถึงมีโอกาสได้เข้าเรียนคณะที่ใฝ่ฝัน ในมหาวิทยาลัยที่ต้องการ
  1. ระบบเปลี่ยนไปแต่การสอบยังมีเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือความพยายามของเราต้องx2 เพราะการสอบเอนทรานซ์ 4.0 “สอบครั้งเดียว” ไม่มีโอกาสแก้ตัวนะจ๊ะ!
  1. หมั่นหาสนามจำลอง เช่น การสอบ Mock Exam สนามสอบจำลอง ที่ให้น้องๆ ได้ทดลอง ทำข้อสอบระดับมาตรฐานภายในเวลาจำกัดได้คะแนนผลสอบจริง แถมได้สัมผัสบรรยากาศการสอบที่เหมือนการสอบจริงสุดๆ ฯลฯ การทดลองสอบบ่อยครั้ง จะช่วยให้น้องๆ ได้ทบทวนความรู้วัดความสามารถของตัวเอง และเป็นการฝึกใจให้พร้อมรับกับความกดดันขณะสอบจริงอีกด้วย

เขาดิน

ส่องสัตว์ ที่เขาดิน หรือ สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์แห่งแรกของประเทศไทย


เที่ยวเขาดินกัน... เวลาเจอคำชวนแบบนี้เมื่อก่อนจะมีความรู้สึกตื่นเต้นตรงที่จะได้เอากล้องไปเที่ยวยิงภาพสัตว์ต่างๆ ในสวนสัตว์ ก็เท่านั้นเองล่ะครับ จนกระทั่งในครอบครัวมีสมาชิกตัวน้อยเพิ่มขึ้นมา ทำให้รู้สึกว่า เขาดิน ช่างเป็นสถานที่ ที่น่าสนใจมากๆ และ เต็มไปด้วยความตื่นเต้นสำหรับเจ้าตัวเล็กและคนในครอบครัว ที่นี่คือแหล่งความรู้ชั้นยอดจริงๆ 

ซึ่่งหากต้องการหาสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว และ ไม่อยากไปไกลจากกรุงเทพฯ แบบไปเที่ยวเช้าและกลับเย็นได้ สวนสัตว์ดุสิต หรือ เขาดินวนา แห่งนี้คือตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ เลย
ทางเข้า

มีโชว์แมวน้ำ

ประวัติเกี่ยวกับสวนสัตว์ดุสิต

สวนสัตว์ดุสิต แต่เดิมเรียกว่า สวนดุสิต หรือ เขาดินวนา พระบาทสมเด็ทพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2438 หลังจากที่พระองค์ทอดพระเนตรกิจการสวนพฤกษชาติของต่างประเทศ และ พบว่าสวนพฤกษชาติเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้ความเพลิดเพลินและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน จึงมีพระราชดำริให้จัดสร้างขึ้นในประเทศไทยบ้าง โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในพื้นที่ราบทางด้านทิศตะวันออกติดคลองเปรมประชากร (ถนนพระราม 5) ด้วยการขุดสระน้ำใหญ่ประกอบคูคลองระบายน้ำ และถนน แล้วนำดินขึ้นมาเป็นเนเขาเกาะกลางน้ำเรียกว่า "เขาดิน" และรอบๆ เขาดินนั้น ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปลูกลงพรรณไม้นานาชนิด สร้างขึ้นเป็นสวนพฤกษชาติ สำหรับส่วนพระองค์เรียกว่า "วนา" รวมอาณาเขตส่วนนี้ทรงโปรดเรียกว่า "เขาดินวนา" โดยในขั้นต้นพระองค์ให้สร้างขึ้นสำหรับเป็นที่ประพาส และทรงพระเกษมสำราญส่วนพระองค์ และ ข้าราชบริภารฝ่ายในก่อน ดังนั้น สวนดุสิต หรือ เขาดินวนา จึงเป็นส่วนหนึ่งในเขตพระราชฐานพระราชวังดุสิต

ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงมีพระราชดำริที่จะทำนุบำรุงสวนแห่งนี้ให้กว้างขวาง และดีกว่าที่เป็นอยู่ และ เปิดให้ประชาชนมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจด้วย

ภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 แล้ว คณะรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงครามจึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานสวนดุสิต ให้ดำเนินการจัดทำเป็นสวนสาธารณะ และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน ในเวลานั้น พระองค์เจ้าทิพอาภาเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ได้พระราชทานอนุมัติในนามของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ให้เทศบาลกรุงเทพรับบริเวณสวนดุสิต หรือ เขาดินวนา สนามเสือป่า และ สวนอัมพร มาจัดเป็นสวนสาธารณะได้

จากนั้นทางเทศบาลกรุงเทพ ได้จัดการย้ายกวางดาว และ สัตว์ชนิดต่างๆ มาจากสวนอัมพร และ ย้ายสัตว์บางชนิด เช่น จระเข้ ลิง จากสวนสราญรมย์ มาไว้ที่เขาดินวนา และได้ขอให้ทางสำนักพระราชวังส่งช้างหลวง มาให้พระชาชนได้ชมในวันอาทิตย์ และ เมื่อปรับปรุงสิ่งก่อสร้างต่างๆ เรียบร้อยแล้วทางเทศบาลนครกรุงเทพจึงเปิดสวนสัตว์ดุสิตให้ประชาชนเที่ยวชม และ พักผ่อนหย่อนใจได้เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2481 และให้เรียกสวนดุสิตนี้ว่า "สวนสัตว์ดุสิต" ซึ่งถือได้ว่าเป็นสวนสัตว์แห่งแรกในประเทศไทย

เกาะล้านแค่ชื่อก็มีความสุขได้

ประวัติเกาะล้าน
ในอดีต เกาะล้านมีประชากรอาศัยสืบต่อ ๆ กันมาหลายชั่วอายุคน มีอาชีพเกษตรกรรมทำไร่ ทำสวน และประมง ดังหลักฐาน คือ ต้นมะพร้าวอายุกว่าร้อยปี และชื่อของสถานที่เรียกต่าง ๆ บนเกาะล้าน เช่น ท่าบรรทุก ท่าไร่ ท่าตลิ่งชัน เป็นที่ใช้ขนผลผลิตลงเรือไปขายที่ฝั่ง
เกาะล้านเคยมีฐานะเป็นตำบลเกาะล้านมี 2 หมู่บ้าน เคยมีกำนันมาแล้วถึง 4 คน มีวัด และโรงเรียน 
ชาวเกาะล้านมีฐานะดีมีทรัพย์สิน เงิน ทองมาก จึงเคยมีโจรสลัดขึ้นปล้นบนเกาะ ได้ทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเคยเกิดโรคอหิวาระบาด ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ความที่เกาะล้านอยู่ห่างจากชายฝั่งมาก การคมนาคมไม่สะดวก ทางราชการดูแลไม่ทั่วถึง ตำบลเกาะล้านจึงถูกยุบลงพร้อม ๆ กับตำบลเขาไม้แก้ว และตำบลตะเคียนเตี้ย เกาะล้านจึงเหลือเพียงหมู่บ้านเดียว และไปขึ้นรวมกับตำบลนาเกลือนับแต่นั้นมา มีผู้ใหญ่บ้านมาอีก 3 คน ก่อนที่เกาะล้านและตำบลนาเกลือจะขึ้นอยู่ในความปกครองของเมืองพัทยา โดยรับโอนมาจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2521 เป็นต้นมา

เกาะล้าน ตั้งอยู่เลขที่ 222 หมู่ 7 ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง  จังหวัดชลบุรี อยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองพัทยา
จากชายหาดเมืองพัทยาจะสามารถมองเห็นเกาะล้านได้ชัดเจน เพราะอยู่ห่างจากฝั่งออกไปเพียงประมาณ 7.5 กิโลเมตร การเดินทางโดยทางเรือเร็ว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาทีและเรือโดยสารประมาณ 40 นาที หมู่เกาะล้าน  แต่เดิม เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ในนามว่า “หมู่เกาะปะการัง” (Coral Islands) เพราะอุดมไปด้วยปะการังนานาชนิด เป็นแหล่งปะการังที่สมบูรณ์แห่งหนึ่ง ของประเทศและใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุด โดยมีเกาะครกและเกาะสากเป็นบริวาร

เกาะล้านตั้งอยู่บริเวณเส้นรุ้งที่ 12 56’ เหนือ และเส้นแวงที่ 100 47’ ตะวันออก ส่วนที่ยาวที่สุดประมาณ 4.65 กม. กว้างประมาณ 2.15 กม. รูปทรงเป็นห้าเหลี่ยมด้านไม่เท่า สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาประมาณร้อยละ 90 ของพื้นที่ มีสภาพป่าค่อนข้างอุดมสมบูรณ์พืชพรรณที่ขึ้นอยู่มี
ความหลากหลายของชีวภาพของป่าเบญจพรรณ และสมุนไพรหายาก ด้านสัตว์ป่า พบกระรอกเผือก ที่เป็นสัตว์ป่าที่หายากอาศัยอยู่จำนวนมาก
เกาะล้านมีสภาพทั่วไปและแหล่งท่องเที่ยวหาดทรายที่นักท่องเที่ยวนิยมเที่ยวหลายแห่งดังนี้

1. หาดตาแหวน อยู่ทางตอนเหนือของเกาะ เป็นหาดทรายยาวประมาณ 750 เมตร ความงามทางธรรมชาติมาก เพราะมีหาดทรายที่ขาวสะอาดและน้ำทะเลใสเป็นสีคราม ปลายหาดทั้งสองด้านยังมีแนวปะการังในระดับน้ำตื้นที่มีสีสันสวยงาม

2. หาดเทียน เป็นหาดที่สวยงามแห่งที่สองมีความยาวของหาดประมาณ  500 เมตร อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะ หาดทรายแห่งนี้มีความสวยงามไม่แพ้หาดตาแหวน แต่เนื่องจากมีขนาดเล็กกว่าจึงมีผู้นิยมไปท่องเที่ยวพักผ่อนน้อย

3. หาดแสม อยู่ทางทิดตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะล้าน เป็นหาดขนาดเล็กความยาวของหาดประมาณ 300 เมตร มีโขดหินและพื้นที่ป่าไม้ด้านขวาค่อนข้างสมบูรณ์มีความสวยงามเงียบสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อนและการเล่นน้ำ มีน้ำทะเลและหาดทรายสะอาด ยังเป็นที่ตั้งสำนักงานป่าไม้ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและรีสอร์ท ตลอดจนพื้นที่สำหรับกางเต้นท์ แค็มปิ้ง เพื่อบรรยากาศแบบธรรมชาติ


4. หาดนวล อยู่ทางตอนใต้ของเกาะล้าน เป็นหาดขนาดเล็กยาวประมาณ 250 เมตร เป็นพื้นที่มีกรรมสิทธิ์ของเอกชน สภาพสิ่งแวดล้อมชายหาดเป็นปะการังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เนื่องจากไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวมากนัก หาดจึงเงียบสงบ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความเป็นส่วนตัวพื้นที่เกาะล้านยังมีหาดที่มีความสวยงามและทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์อีกหลายแห่ง เช่น หาดตายาย หาดแหลมหัวโขน หาดตาพัน
ส่วนพื้นที่อื่นในเกาะล้านเป็นภูเขาและป่าไม้ด้านตะวันออกเป็นชุมชมเกาะล้านที่ยังมีสภาพไม่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากนัก นอกจากหาดทรายชายทะเลแล้ว พื้นที่บนเกาะซึ่งส่วนใหญ่เป็นภูเขาปกคลุมด้วยพืชพันธุ์ไม้ที่เขียวชะอุ่มตลอดทั้งปีซึ่งนับว่ายังคงความเป็นธรรมชาติดั้งเดิมไว้ได้มาก ดังนั้เกาะล้านจึงเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ

วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2560

Couscous

“คูสคูส (Couscous)” คืออะไรกันนะ ?

Couscous (คูสคูส) เป็นอาหารที่เราทานมาเป็นเดือนๆติดกันทุกวันแล้ว เพราะชอบในความ “สะดวก” ของมัน ไม่ว่าจะแค่เทน้ำร้อนลงไปรอไม่เกิน 3 นาทีก็พร้อมกินเร็วยิ่งกว่ามาม่า หรือจะเอาไปผัดมันก็สุกไว ใส่หมูใส่ไก่ก็พร้อมกินใน 5 นาที หรือจะเอาไปกินคู่กับสลัดเพื่อเพิ่มคาร์โบไฮเดรตให้อิ่มท้องบ้างแทนที่จะกินแต่ผักอย่างเดียวก็เวิร์คมากๆ ว่าแต่คูสคูสนี่มันคืออะไรกันล่ะ ?

คูสคูส เรารู้จักครั้งแรกว่าเป็น Moroccan rice ค่ะ ชาวโมร็อคโคเขากินกัน แต่เมื่อหาข้อมูลดูพบว่ามันเป็นสิ่งที่คนในแถบแอฟริกันเหนือ เช่น โมร็อคโค แอลจีเรีย ตูนิเซีย ลิเบีย มอริเทเนีย และซาฮาร่าตะวันตก เขาทานกัน สาเหตุที่รู้จักได้เพราะว่าเพื่อนบริทิช-สเปนย้ายหอเขาก็เลยโอนของกินมาให้ ไม่ถามด้วยว่าเรากินเป็นมั้ย 5555 ได้มานี่งง หุงยังไงหว่า – -‘


ที่กินอยู่ซื้อจาก Tesco หน้าตาแบบนี้

แม้ว่าหน้าตามันจะเหมือนข้าวเม็ดเล็กๆแต่ว่ามันไม่ใช่ข้าวค่ะ ไม่ใช่ตระกูล grain อะไรใดๆ แต่กลับอยู่ในตระกูล pasta คือเป็นแป้ง คูสคูสเป็นข้าวสาลีที่บดจนเป็นเม็ดเล็กๆ เมื่อเราเอาไปทำอาหารเช่น ใส่น้ำร้อน อบ ผัด เจ้าเม็ดนี่ก็จะฟูขึ้นมาเป็นเหมือนข้าวนิ่มๆ สามารถกินกับอะไรก็ได้ที่คิดว่ามันเข้ากัน เช่น แกง สลัด ผัดกับเนื้อสัตว์ สำหรับเราคือผัดกินแทนข้าวเลยค่ะ เอาไปผัดกับเนย ผงกระเทียม โรยเกลือนิดนึงนี่หอมมากกกกก เวลาปรุงสไตล์เรานี่คือ เอาเนยลงกระทะ เทคูสคูสลงไป ผัดแป๊บนึงแล้วใส่น้ำให้พอปริ่มๆ อย่าเยอะมากเพราะมันจะแฉะ แล้วก็โรยเครื่องปรุง ใส่ผัก ใส่เนื้อ ตามอัธยาศัย มันสุกเร็วมากๆด้วยเหมาะกับคนทำอาหารไม่เก่ง 5555

นอกจากความง่ายในการปรุงแล้ว มันอิ่มนานด้วยค่ะ สงสัยไปฟูต่อในท้อง 5555 อารมณ์เหมือนกินข้าวโอ๊ตน่ะ แต่ข้าวโอ๊ตบางคนก็ไม่ชอบเพราะมันแฉะๆเลี่ยนๆ แต่ถ้าพูดถึงสารอาหาร เจ้าคูสคูสนี่ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ เทียบได้กับเส้นพาสต้าทั่วไป แต่มันดีตรงแคลอรีต่ำ ถ้าเทียบกับข้าวปกติ คูสคูส 1 ถ้วย = 176 kcal ในขณะที่ข้าวปกติปาเข้าไป 200 กว่าแล้ว ละคูสคูส 1 cup เนี่ย กินอิ่มไปสามมื้อเลย เพราะอย่างที่บอกว่ามันฟูค่ะ

วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2560

10 ดอยสูงในประเทศไทย ฟิตร่างกายให้พร้อมแล้วไปพิชิตกัน


1. ดอยอินทนนท์ ความสูงระดับ 2,565 เมตร
            ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยอีกด้วย พื้นที่ส่วนใหญ่ของดอยอินทนนท์ ประกอบไปด้วยสภาพพื้นป่าที่หลากหลาย ทั้งป่าดงดิบ ป่าสน ป่าเบญจพรรณ และมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้าหนาว ดอยอินทนนท์จะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ เพราะจะมีหมอกเข้าปกคลุม น้ำค้างกลายเป็นแม่คะนิ้งสวยงาม เหล่านี้เป็นเสน่ห์ดึงดูดที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างอยากที่จะมาพิชิตยอดดอยอินทนนท์กันไม่ขาดสาย

2. ดอยฟ้าห่มปก ความสูงระดับ 2,285 เมตร
            ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก จังหวัดเชียงใหม่ เป็นยอดดอยที่มีความสูงเป็นอันดับสองของประเทศ ความงดงามบนยอดดอยที่นี่ นับว่ามีวิวทิวทัศน์ที่งดงามอย่างยากจะบรรยาย ยิ่งช่วงหน้าหนาว ความสวยงามยิ่งมีมากกว่าเดิมเป็นสองเท่า มีจุดสำหรับชมทะเลหมอกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่ง รวมถึงการได้ชื่นชมและทัศนาเหล่าสรรพสัตว์น้อยใหญ่หายากทั้งหลาย เช่น ผีเสื้อมรกตผ้าห่มปก ผีเสื้อหางติ่งแววเลือน นกปรอดหัวโขนก้นเหลือง เป็นต้น และต้องไม่ลืมที่จะชื่นชมความงดงามของพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินบนดอยผ้าห่มปกด้วยนะคะ


3. ดอยหลวงเชียงดาว ความสูงระดับ 2,175 เมตร
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งยอดดอยสุดฮิต ที่นักท่องเที่ยวหลายคนอยากที่จะพิชิตให้ได้ อากาศบนยอดดอยหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี และเมื่อยืนอยู่บนยอดดอยจะเห็นวิวธรรมชาติโดยรอบ 360 องศา มองลงไปเบื้องล่างเห็นภูเขาสลับซับซ้อน ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการชมวิว เพราะแทบไม่มีอะไรมาบดบังสายตา อีกทั้งบริเวณยอดดอยยังมีเส้นทางให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมพรรณไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ดอกกุหลาบขาวจะบานชูช่อสวยงาม ดูแล้วเพลินตา สบายอารมณ์เป็นที่สุด

4. ยอดเขาโมโกจู ความสูงระดับ 1,964 เมตร
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ มีพื้นที่ครอบคลุมจังหวัดนครสวรรค์และกำแพงเพชร นักท่องเที่ยวที่ต้องการพิชิตยอดเขาโมโกจู จำเป็นที่จะต้องติดต่อจองช่วงเวลากับเจ้าหน้าที่ก่อนให้เรียบร้อย ขณะเดียวกันก็ต้องปฏิบัติตามกฎและระเบียบต่าง ๆ โดยเคร่งครัด ที่สำคัญต้องฟิตร่างกายมาให้พร้อม เพราะทางเดินขึ้นเขาที่นี่ มีความลาดชันไม่ต่ำกว่า 60 องศา และใช้เวลาเดินทางไป-กลับหลายวัน ต้องนอนค้างในป่าตามจุดที่กำหนด แต่ถ้าได้ลองขึ้นไปเห็นวิวข้างบนแล้ว รับรองว่าหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ดังนั้นใครที่เตรียมตัวจะมาพิชิตยอดเขาโมโกจู ควรต้องศึกษาสภาพเส้นทางและอากาศไว้ให้เรียบร้อยจะดีที่สุด

5. ดอยภูแว ความสูงระดับ 1,837 เมตร
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน บนยอดดอยมีลักษณะเป็นทุ่งหญ้า ไม่มีต้นไม้ใหญ่ มียอดเขาหลายลูกเรียงตัวกันเป็นสันเขาทอดตัวยาว และเป็นเทือกเขาเดียวกับภูเขาอัลไต มีลานหิน หน้าผา และพันธุ์ไม้ที่สำคัญ เช่น ดอกกุหลาบพันปี ค้อ ทุ่งดอกไม้ ผาแอ่น ผาผึ้ง เป็นสถานที่ชมวิวทิวทัศน์ และทะเลหมอกอันสวยงาม ไฮไลท์สำคัญอยู่ในช่วงบ่ายแก่ ๆ ทุ่งหญ้าสีเขียวสดยามโดนแดดส่อง จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีทองตามแสงแดด เป็นภาพความสวยงามที่คุณจะไม่มีวันลืม


6. ยอดเขาหลวง ความสูงระดับ 1,835 เมตร
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช ยอดเขาหลวงแห่งนี้เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารและคลองต่าง ๆ มากมาย สภาพภูมิประเทศโดยรอบเป็นป่าดงดิบชื้นและป่าดิบเขา มีเส้นทางธรรมชาติที่สวยงาม และมีความหลากหลายทางธรรมชาติค่อนข้างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งป่าเฟิร์นโบราณและกล้วยไม้หายาก อีกทั้งยังเป็นดินแดนสวรรค์ของกล้วยไม้เมืองไทยที่หายาก และควรค่าแก่การอนุรักษ์


7. ดอยเวียงผา ความสูงระดับ 1,834 เมตร
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีลักษณะเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวในช่วงหน้าหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกกุหลาบพันปี และ ดอกกุหลาบขาว จะออกดอกบานสะพรั่ง รวมถึงยังจะได้เห็นทะเลหมอกบนสันเขา ที่ทอดยาวอย่างสวยงาม เหล่านี้ล้วนเป็นทัศนียภาพที่สวยงามและน่าประทับใจไปทั่วทั้งยอดดอย นอกจากนี้ยังมี "น้ำตกห้วยทรายขาว" น้ำตกสวย 3 ชั้น ขนาดเล็กที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้าเข้าไปชมได้ไม่ยาก

8. ภูแผงม้า ความสูงระดับ 1,775 เมตร
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก บนภูแผงม้า ถือเป็นจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมกับความสวยงามของพระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน และมีเฉลียงใหญ่ไว้รองรับนักท่องเที่ยวเพื่อชมวิว และทิวเขาสลับซับซ้อน มองออกไปเบื้องหน้าเห็นหมู่บ้านน้ำเพียงดิน มองเห็นอำเภอหล่มสัก ที่สำคัญมองเห็นเส้นทางถนนคดเคี้ยวระหว่างทางขึ้นมายังภูหินร่องกล้า นับเป็นอีกหนึ่งจุดชมความงามบนเทือกเขาสูงที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย ใครลองได้ไปแล้วไม่มีผิดหวัง

9. ดอยมด ความสูงระดับ 1,700 เมตร
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติขุนแจ จังหวัดเชียงราย สถานที่ท่องเที่ยวที่ห้อมล้อมไปด้วยบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงามเขียวขจี บนยอดดอยมีลักษณะโล่งเตียน ไม่มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม เพราะเป็นช่องลมที่มีลมพัดผ่านตลอดเวลา ทำให้ต้นไม้ใหญ่ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ จะมีเพียงต้นไม้พุ่มแคระแกรนขึ้นอยู่บนยอดดอยเท่านั้น สำหรับดอยมดนั้นเป็นต้นน้ำของแม่น้ำลาง ลำน้ำแม่เจดีย์ ลำน้ำแม่วง และลำน้ำแม่ขอด ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสายน้ำที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวบ้านในการเพราะปลูกอีกด้วย


10. ภูสอยดาว ความสูงระดับ 1,633 เมตร
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์ นับเป็นผืนป่าธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง จุดเด่นล่อตาล่อให้นักท่องเที่ยวทุกคนอยากที่จะไปพิชิตยอดภูสอยดาวสักครั้ง นั่นคือการได้ชมทุ่งดอกไม้สีม่วงหรือดอกหงอนนาค และดอกไม้ป่าสวย ๆ มากมายหลากหลายชนิด ที่ออกดอกชูช่อบานสลับสีสันอยู่ทั่วลานสน ยิ่งถ้าได้ไปในช่วงหน้าฝนจะยิ่งประทับใจมากเป็นสองเท่า ตลอดจนเส้นทางเดินระหว่างขึ้นภูสอยดาว นักท่องเที่ยวจะได้พบเจอกับธรรมชาติสองข้างทางที่งดงามจับใจ ที่จะช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไม่มากก็น้อย




แคว้นต่างๆ ของประเทศฝรั่งเศส

แต่เดิมประเทศฝรั่งเศสมีชนดั้งเดิมมายึดครองอยู่คือชาว "Gaulois"พวกเขาได้เรียกประเทศฝรั่งเศสว่า LE GAULE

1.ILe-de-France ที่ตั้งอยู่ที่ Bassin Parisien อาหารประจำแคว้นได้แก่ เนย,สถานที่สำคัญของแคว้นได้แก่ Versailles ราชวังของพระเจ้าLouisXIV ปารีสเป็นเมืองหลวงของฝรั่งเศส

2.Centre อยู่ทางทิศตะวันออกของแคว้น Pays de Loire เป็นเมืองหลวงประจำแคว้นผลผลิตที่สำคัญ ได้แก่ พืช,ผักสวนครัว,องุ่น,ข้าวโพด

3.Pays de Loire แคว้นนี้มีชายแดนทางตะวันตกติดกับแคว้น Bretagne ทิศตะวันออกติดกับแคว้น Centre ทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดกับที่ราบสูง มีเมืองหลวงชื่อว่า Nantes ผลผลิตที่สำคัญได้แก่ ข้าวสาลี,ข้าวโพด,ไร่องุ่น ผลิตภัณฑ์ที่สำคัญคือเหล้าองุ่นขาว แคว้นนี้มีปราสาทสวยงามมากมายที่สุดในฝรั่งเศส

4.Bretagne เป็นแคว้นที่มีลักษณะเป็นแหลมยื่นไปในมหาสมุทรแอตแลนติค เป็นแคว้นเดียวในฝรั่งเศสที่ไม่มีการผลิตเหล้าองุ่น เนื่องจากสภาพอากาศไม่เหมาะสมที่จะปลูกองุ่น แต่มีการประมงเป็นหลักเพราะติดทะเล เมืองหลวงของแคว้นมีชื่อว่า Rennes ผลผลิตที่สำคัญได้แก่ พืชไร่ที่เราเรียกว่า le cidre ขนมที่ขึ้นชื่อคือ Crepes เมืองท่าที่สำคัญมีชื่อว่า Brest ส่วน Saint-Malo เป็นเมืองเก่าแก่ของแคว้น

5.La Basse-Normandieเป็นแคว้นที่มีชายฝั่งทะเลตะวันตกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติค ชายฝั่งทางเหนือติดกับอ่าว Manche ทางตะวันออกเฉียงใต้ติดกับแคว้น Bretagne และทางทิศตะวันออกติดกับแคว้น Haute-Normandie เมืองหลวงประจำแคว้นชื่อ Caen ผลผลิตที่สำคัญคือ ข้าวสาลี,นม,การประมง สถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อ Le Mont-Saint-Michel เป็นโบสถ์โบราณเก่าแก่สถาปัตแบบโรมัน สร้างอยู่บนโขดหินใกล้ทะเล

6.La Haute-Normandie มีเขตติดต่อกับแคว้น Basse-Normandie มีการผลิตเนยชั้นนำคุณภาพ และนำแอปเปิ้ลที่มีคุณภาพรสชาติอร่อย เมืองหลวงประจำแคว้นชื่อ Rouen

7.Picardie เป็นแคว้นที่ค่อนไปทางเหนือของฝรั่งเศส มีเมือง Amiens เป็นเมืองหลวง ผลผลิตสำคัญคือ ข้าวสาลี,การเลี้ยงสัตว์,การปลูกหัวผักกาดหวาน

8.Nord-Pas de Calais แคว้นนี้ตั้งอยู่เหนือสุดของประเทศฝรั่งเศส มีเมือง Lille เป็นเมืองหลวงประจำแคว้น เมืองนี้เป็นเมืองแรกที่มีรถไฟใต้ดินวิ่งป็นเมืองแรกในฝรั่งเศส แคว้นนี้ผลิตเบียร์อย่างมีคุณภาพ เนื่องจากภูมิประเทศเหมาะกับการปลูกข้าวสาลีและข้าวบาร์เล่ย์

9.Le Champagne แคว้นนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแคว้น Picardie เมืองหลวงประจำแคว้นชื่อ Chalons-sur-Marne ผลผลิตสำคัญได้แก่ องุ่น,ข้าวสาลี,การเลี้ยงสัตว์ สถานที่สำคัญประจำแคว้นนี้คือ" โบสถ์เมือง Reims "ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมGothique

10.Lorraine ที่ตั้งของแคว้นนี้อยู่ทางชายแดนประเทศเบลเยี่ยม,ประเทศลักเซมเบอร์กและประเทศเยอรมัน เมืองหลวงของแคว้นชื่อ Nancy ผลผลิตที่สำคัญได้แก่ องุ่น,ข้าวสาลีและการเลี้ยงสัตว์

11.Alsace เป็นแคว้นที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแคว้น Lorraine มีเมืองหลวงชื่อ Strasbourg ผลผลิตที่สำคัญได้แก่ ข้างสาลี,องุ่น,ข้าวโพด,ยาสูบ เครื่องดื่มที่มีชื่อเสียงประจำแคว้นได้แก่ เหล้าองุ่นขาวคุฌภาพเยี่ยม


12.Franche-Comte แคว้นนี้ตั้งอยู่ระหว่างแคว้น Bourgogne และประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เมืองหลวงชื่อว่า Besacon ผลผลิตสำคัญได้แก่ ข้าวสาลี,ขนมปัง,เครื่องเทศ นาฬิกาชั้นนำมักจะผลิตที่นี้เป็นสินค้าส่งออก อาหารดังประจำแคว้นเนื่องจากว่าแคว้นนี้ผลิตเบียร์ได้มากจึงมีเบียร์คุณภาพ,เนยคุณภาพดี

13.La Bourgogne ตั้งอยู่ทางใต้ของแคว้น Champagne, อยู่ทางตะวันออกของ Pays de Loire ทางทิศตะวันตกของ Franche-Comte และทิศเหนือของแคว้น Rhone-Alpes เมืองหลวงชื่อ Dijon ผลผลิตสำคัญได้แก่ ข้าวสาลี,นม,เหล้าองุ่น อาหารดังประจำแคว้นมีชื่อว่า ไก่อบเหล้า,หอยทากอบ เหล้าองุ่นและเหล้าชนิดอื่นก็มีชื่อเสียงเช่นเดียวกันสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญคือ พระราชวังของดยุ๊ก

14.Rhone-Alpes ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแคว้น Bourgogne และ Franche-comte เมืองหลวงมีชื่อว่า Lyon ผลผลิตที่สำคัญได้แก่ องุ่น,การเลี้ยงสัตว์,ข้าวสาลี,ข้าวโพด

15.L'Auvergne เป็นแคว้นที่มีภูเขาไฟ ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของแคว้น Limousin ทางทิศใต้ของแคว้น Bourgogne เมืองหลวงของแคว้นชื่อ Clermont-Ferrand ผลผลิตสำคัญได้แก่ ข้าวสาลี,ข้าวโพด,ข้าวบาร์เลย์ และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญได้แก่ โบสถ์ Notre-Dame

16.Limousin เป็นแคว้นที่มีการเลี้ยงแกะ ทางทิศตะวันตกของแคว้นเป็นที่ราบสูงกว้างใหญ่ ซึ่งล้อมรอบด้วยภูเขา เมืองหลวงชื่อ Limoges ผลผลิตสำคัญประจำแคว้นได้แก่ การเลี้ยงสัตว์ประเภทวัว แพะ แกะ สินค้าประจำแคว้นได้แก่ เครื่องปั้นดินเผา,เครื่องเคลือบลายคราม

17.Poitou-Charentes แคว้นนี้อยู่ทางทิศตะวันตกของแคว้น Limousin อยู่ทางทิศใต้ของแคว้น Centre เมืองหลวงของแคว้นชื่อ Poitiers สินค้าประจำแคว้นได้แก่ ข้าวสาลี,ข้าวโพด,การเลี้ยงสัตว์,องุ่น,เหล้า

18.Aquitaine เป็นแคว้นที่ตั้งอยู่มีชายฝั่งออกติดกับแนวมหาสมุทรแอตแลนติค เมืองหลวงชื่อ Bordeaux สินค้าของแคว้นคือ องุ่น,ยาสูบ,ข้าวสาลี,ข้าวโพด,การเลี้ยงสัตว์ และผลิตเหล้าคุณภาพดีมีลูกพรุนรสชาติดีนิยมกันมาก

19.Midi-Pyrenees ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแคว้น Aquitain และอยู่ทางตอนใต้ของแคว้น Auverne เมืองหลวงชื่อ Toulouse ซึ่งแคว้นนี้มีชื่อเสียงไปทั่วโลกว่าเป็นเมืองที่มีการผลิตเครื่องบิน ผลผลิตที่สำคัญของแคว้นได้แก่ เนย,เนยแข็ง

20.Lanquedoc-Roussillon เป็นแคว้นที่มีชายแดนติดต่อกับแคว้น Provence ทางตอนใต้ติดกับทะเลสาป เมืองหลวงชื่อ Montpellier ผลผลิตสำคัญประจำแคว้นคือ องุ่น,เหล้าไวน์ ,พืชผักสวนครัว,เหล้า สถานที่สำคัญได้แก่ Site เป็นเมืองท่าสำคัญ,เมือง Agen เป็นเมืองตากอากาศ

21.Provence-Cote d'Azur ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและชายแดนติดกัยอิตาลี เมืองหลวงของแคว้นชื่อ Marseille ผลผลิตที่สำคัญคือการปลูกดอก lavande ,การปลูกไร่องุ่น,การเพาะปลูกพืชผักสวนครัว

22.Corse แคว้นนี้ลักษณะเป็นเกาะอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางตอนใต้ของเมืองนีช เมืองหลวงชื่อ Ajaccio ผลผลิตสำคัญได้แก่ ลูกเกาลัด,องุ่น,ผลไม้,ผลิตภัณฑ์เนื้อสุกร,เนยแข็งจากนมแกะ,เหล้าองุ่นแดงและชมพู ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งเด่นของแคว้นCorse