วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

มูแลงรูจ

Moulin Rouge!

มูแลงรูจ! (อังกฤษMoulin Rouge!) เป็นภาพยนตร์เพลงเรื่องที่สามในภาพยนตร์ชุดไตรภาค "The Red Curtain Trilogy" ของบาซ เลอห์มานน์ ออกฉายในปี พ.ศ. 2544 เขียนบทโดยเลอห์มานน์ ดัดแปลงจากเรื่องของออร์ฟูและออริดิซี ในตำนานเทพปกรณัมกรีก และจากอุปรากรเรื่อง La Traviata ของจูเซปเป แวร์ดี
ภาพยนตร์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ 8 สาขา และได้รับรางวัลสองสาขา จากการออกแบบเครื่องแต่งกาย และการออกแบบฉาก โดยแคเทอรีน มาร์ติน (ภรรยาของเลอห์มานน์) และได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (ภาพยนตร์ตลกและเพลง) นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (นิโคล คิดแมน) และดนตรีประกอบยอดเยี่ยม และได้รับรางวัลบาฟตา สาขานักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม (จิม บรอดเบนท์) 

เรื่องย่อ




                                                                                                                                                                                                                                                เรื่องราวในภาพยนตร์เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1899 ที่โรงละครมูแลงรูจ ย่านมองมาร์ต ในกรุงปารีส ซึ่งมีจุดเด่นที่อาคารโรงละครเป็นรูปกังหันลม (ภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า มูแลงส์)
กวีและนักเขียนหน้าใหม่ชาวอังกฤษชื่อ คริสเตียน (รับบทโดย แมคเกรเกอร์) ได้รับการชักชวนจากตูลูส-โลแตร็ก (รับบทโดย เลกูซิอาโน) ให้เขียนบทละครเพลงเรื่องใหม่ให้กับคณะคาบาเรต์ของแฮโรลด์ ซิดเลอร์ (รับบทโดย บรอดเบนท์) ชื่อเรื่อง "Spectacular Spectacular" เขามีความรักกับ ซาทีน (รับบทโดย คิดแมน) นางเอกระบำแคนแคนและหญิงงามเมืองในคณะของซิดเลอร์ ละครเพลงเรื่องใหม่นี้ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากท่านดยุกแห่งมอนร็อธ (รับบทโดย ร็อกซ์เบิร์ก) โดยมีเงื่อนไขว่าซาทีนจะต้องตกเป็นนางบำเรอของท่านดยุกก่อนจะเปิดการแสดงรอบแรก
ละครเพลง Spectacular Spectacular ที่ซ้อนอยู่ในเรื่อง เป็นละครเพลงแบบโบฮีเมีย คือมีเนื้อเรื่องในอุดมคติเกี่ยวกับความจริง ความสวยงามอิสรภาพ และความรัก เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรมอินเดีย [4] เกี่ยวกับนางบำเรอของมหาราชาอินเดีย ที่ลักลอบมีความรักกับนักเล่นซีตาร์พเนจร เปรียบเทียบกับความรักของซาทีน กับคริสเตียน และดยุก
ก่อนการแสดงรอบแรกจะเริ่มขึ้น ดยุกพบความจริงว่า คริสเตียนกับซาทีนลักลอบมีความสัมพันธ์กันตลอดมา จึงยื่นคำขาดกับซิดเลอร์ ให้กำจัดคริสเตียนให้พ้นทาง มิฉะนั้นจะให้ลูกสมุนสังหารคริสเตียนเสีย ซาทีนจึงบอกกับคริสเตียนว่า เธอเลือกที่จะแต่งงานกับดยุก เช่นเดียวกับในเรื่อง Spectacular Spectacular ที่นางสนมเลือกอภิเษกกับมหาราชา แทนที่จะเป็นนักเล่นซีตาร์ ทั้งนี้เพื่อผลักไสให้เขาเดินออกไปจากชีวิตของเธอ และไม่ถูกสมุนของดยุกสังหาร
ด้วยความคับแค้นใจ คริสเตียนกลับมาขึ้นบนเวทีระหว่างการแสดงรอบแรก ในชุดแต่งกายของนักเล่นซีตาร์ เขาประกาศตัดสัมพันธ์กับซาทีนต่อหน้าผู้ชมทั้งโรงละคร แล้วเดินจากไป แต่เมื่อซาทีนร้องเพลง "Come What May" เพลงที่ทั้งคู่เคยตกลงกันว่าจะใช้แสดงความรักต่อกัน ในตอนท้ายของการแสดง ทั้งคริสเตียนและซาทีนก็รับรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของอีกฝ่าย
การแสดงละครรอบแรกสำเร็จลงด้วยดี ได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลามจากผู้ชม แต่ซาทีนก็เสียชีวิตลงหลังการแสดงจบ จากอาการป่วยเป็นวัณโรคเรื้อรัง ในอ้อมกอดของคริสเตียน ก่อนตายเธอให้เขาสัญญาว่า จะเขียนเรื่องราวความรักระหว่างคนทั้งคู่ เกี่ยวกับ "สิ่งที่ดีที่สุดที่เราได้เรียนรู้ คือการได้รัก และถูกรักตอบ" [5]
หนึ่งปีหลังการเสียชีวิตของซาทีน คริสเตียนได้เริ่มเขียนบทละคร พรรณนาความรักของเขากับซาทีน ชื่อเรื่องว่า "มูแลงรูจ"

นักแสดง

ดนตรีประกอบภาพยนตร์

ดนตรีประกอบภาพยนตร์ในเรื่องมีความโดดเด่นที่การนำเพลงในสมัยนิยม ทั้งทำนองเพลง หรือคำร้องบางส่วน ไม่ว่าจะเป็นเพลงป็อบ ร็อก ริทึมแอนด์บลู มาสอดแทรกนำเสนอในเนื้อหาของภาพยนตร์ ได้แก่
ในภาพยนตร์มีเพลงที่แต่งขึ้นใหม่หนึ่งเพลง คือเพลง "Come What May" แต่งโดย David Baerwald (เป็นคนละเพลงกับเพลง Come What May ที่ขับร้องในปี 1952 โดย แพตตี เพจ) ขับร้องโดยยวน แมคเกรเกอร์ และนิโคล คิดแมน เป็นเพลงที่เดิมแต่งขึ้นสำหรับใช้ในภาพยนตร์เรื่องก่อนหน้าของเลอห์แมนน์ คือเรื่อง โรมิโอ + จูเลียต แต่ได้นำมาใช้ในภาพยนตร์เรื่องนี้แทน [6] โดยใช้เป็นเพลงสำหรับลักลอบแสดงความรักต่อกันระหว่างคริสเตียนและซาทีนในเรื่อง

หมามุ่ย สรรพคุณและประโยชน์ของหมามุ่ย 25 ข้อ !


หมามุ่ย
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ หมามุ่ย สรรพคุณ
    เมล็ดหมามุ่ย มีสารแอลโดปา (L-Dopa) ซึ่งเป็นสารที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อระบบสืบพันธุ์ และยังเป็นสารสื่อประสาทซึ่งมีส่วนช่วยรักษาโรคพาร์กินสันได้อีกด้วย แต่ต้องใช้ในรูปแบบที่ผ่านการสกัดมายาเม็ดเรียบร้อยแล้ว เพราะร่างกายไม่สามารถรับสารในรูปของเมล็ดสดหรือแปรรูปได้
หมอยาแผนโบราณมีการนำหมามุ่ยมาใช้อย่างหลากหลาย โดยนำมาใช้ประโยชน์ตั้งแต่ ราก ใบ ฝัก เมล็ด โดนเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของเมล็ดที่ถือว่า เป็นพระเอกของเรื่องเลยก็ว่าได้ เพราะมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้ !
ขนหมามุ่ยหากถูกผิวหนังจะทำให้มีอาการคะคายเคือง คัน ปวดแสบปวดร้อน บวมแดงเป็นอย่างมาก สำหรับวิธีการรักษาให้รีบกำจักขนพิษออกจากบริเวณที่สัมผัส โดยใช้เทียนไขลนไฟให้อ่อนตัว หรือจะใช้ข้าวเหนียวนำมาคลึงจนเนื้อข้าวเหนียวกลืนกัน แล้วนำมาคลึงบริเวณที่สัมผัสขนหลายครั้ง ๆจนหมด แต่หากยังมีอาการแดงแสบร้อนหรือคันอยู่ให้ใช้โลชั่นคาลาไมน์มาทา หรือจะใช้สเตียรอยด์พร้อมกับรับประทานยาแก้แพ้ก็ได้ อาการก็จะดีขึ้น

สรรพคุณของหมามุ่ย

  1. หมามุ่ยประโยชน์ของหมามุ่ย ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง ไม่เหนื่อยง่าย
  2. ช่วยทำร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เพิ่มความกระฉับกระเฉง
  3. ช่วยทำให้นอนหลับสบาย จิตใจเบิกบานแจ่มใส
  4. ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศให้ดีมากยิ่งขึ้น
  5. ช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำอสุจิ และช่วยปรับคุณภาพของน้ำเชื้อให้ดีมากยิ่งขึ้น
  6. ช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวของตัวอสุจิ (เพิ่มโอกาสการมีลูกได้มากขึ้น)
  7. ช่วยทำให้คู่รักมีความสุขและช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างกันให้ดีมากยิ่งขึ้น
  8. ช่วยกระตุ้นความต้องการทางเพศ เพิ่มความถี่ของการผสมพันธุ์ให้มากยิ่งขึ้นเป็น 10 เท่า (มีการทดลองในสัตว์)
  9. หมามุ่ย สรรพคุณช่วยแก้ปัญหาอวัยวะเพศแข็งตัวช้า
  10. ช่วยยืดระยะเวลาในการมีเพศสัมพันธ์ แก้ปัญหาการหลั่งเร็วได้
  11. ช่วยเพิ่มปริมาณของฮอร์โมนเพศ
  12. ประโยชน์หมามุ่ย ช่วยทำให้หน้าอกเต่งตึงมากยิ่งขึ้น
  13. ประโยชน์ของหมามุ่ยช่วยทำให้ผิวพรรณดูมีน้ำมีนวลมากยิ่งขึ้น
  14. มีส่วนช่วยให้ช่องคลอดกระชับมากยิ่งขึ้น
  15. สรรพคุณเมล็ดหมามุ่ย ช่วยรักษาภาวะการมีบุตรยากทั้งชายและหญิง
  16. หมามุ่ยสรรพคุณทางยาช่วยรักษาโรคพาร์กินสัน
  17. ช่วยผ่อนคลายความเครียด
  18. ช่วยเพิ่มการเผาผลาญและมวลของกล้ามเนื้อ
  19. ช่วยแก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ช้ำใน ด้วยการใช้รากหมามุ่ย 1 กิโลกรัม เมล็ดผักกาด 5 ขีด และเมล็ดผักชี 3 ขีด นำมาตำรวมกันจนเป็นผงแล้วผสมน้ำผึ้งป่าหมักทิ้งไว้ 3 เดือน แล้วนำมาใช้กินก่อนนอน (ขนาดเท่าผลมะพวง)
  20. ช่วยแก้อาการไอ ด้วยการใช้รากหมามุ่ยนำมาต้มกินแก้อาการ (ราก)
  21. หมามุ้ยใช้แก้อาการคัน (ราก)
  22. เมล็ดหมามุ่ย สรรพคุณใช้เป็นยาฝาดสมาน (เมล็ด)
  23. ใช้ถอนพิษ ล้างพิษ (ราก)
  24. ช่วยแก้พิษแมงป่องกันได้ ด้วยการใช้เมล็ดตำเป็นผงแล้วนำมาพอกบริเวณที่โดนต่อย (เมล็ด)
  25. หมามุ่ยประโยชน์ในปัจจุบันมีการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในรูปของผลิตภัณฑ์สมุนไพรเสริมอาหารในรูปของแคปซูล หมามุ่ยสกัด กาแฟหมามุ่ย เป็นต้น



                รถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย




ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ทรานไซบีเรีย

ทางรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย (TSRรัสเซียТранссибирская магистраль Transsibirskaya Magistral') เป็นสายรถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศรัสเซีย ช่วยในการเชื่อมต่อระหว่างกรุงมอสโก ไปยังเขตตะวันออกไกลและทะเลญี่ปุ่น[1] มีสายย่อยเชื่อมต่อไปยังมองโกเลีย จีน และเกาหลีเหนือ ปัจจุบันเชื่อมต่อระหว่างกรุงมอสโกกับเมืองวลาดีวอสตอค ตั้งแต่ ค.ศ. 1916 และกำลังวางแผนสร้างส่วนต่อขยาย

เส้นทาง

  รถไฟส่วนใหญ่ จะจอดตามสถานีรายทางค่อนข้างน้อย เพื่อให้การเดินทางเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม การเดินทางต้องใช้เวลา 6-7 วันเป็นอย่างน้อย

เมืองสำคัญที่ทางรถไฟผ่านนั้น ได้แก่


วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2559

เมืองที่พระเยซูอาศัยอยู่

พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของโลกและพระบุตรของพระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงเป็นพระผู้ไถ่ของเรา พระคริสตธรรมคัมภีร์สอนเราว่ามารดาของพระเยซูคริสต์คือมารีย์ บิดาบนแผ่นดินโลกคือโยเซฟ พระองค์ประสูติในเบธเลเฮม เติบโตในนาซาเร็ธ และทรงทำงานกับโยเซฟผู้เป็นช่างไม้ เมื่อพระชนมายุ 30 พรรษาพระองค์ทรงเริ่มการปฏิบัติศาสนกิจสามปีของการสอน อวยพร และรักษาผู้คนในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงจัดตั้งศาสนจักรและประทาน “อำนาจ” (ลูกา 9:1) แก่เหล่าอัครสาวกเพื่อช่วยเหลืองานของพระองค์
แต่เราหมายถึงอะไรเมื่อเรากล่าวว่าพระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของโลก พระผู้ไถ่ แต่ละพระนามชี้ให้เห็นความจริงที่ว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นหนทางเดียวที่เราจะกลับไปอยู่กับพระบิดาบนสวรรค์ได้ พระเยซูทรงทนทุกขเวทนาและทรงถูกตรึงกางเขนเพื่อบาปของโลก โดยทรงมอบของประทานแห่งการกลับใจและการให้อภัยแก่บุตรธิดาของพระผู้เป็นเจ้า โดยพระเมตตาและพระคุณของพระองค์เท่านั้นที่ทุกคนจะรอดได้ 
เมืองที่พระเยซูประสูติ

ประสูติเมื่อ 4 ปีก่อนคริสตกาล ในเมืองนาซาเรธ แคว้นกาลิลี หญิงพรหมจารีคนหนึ่งชื่อมารีย์ ได้หมั้นหมายไว้แล้วกับชายคนหนึ่งชื่อโยเซฟ ก่อนที่จะได้อยู่กินด้วยกัน ได้มีทูตสวรรค์กาเบรียลเข้าบ้านมาหามารีย์แล้วว่า “เธอจะตั้งครรภ์และคลอดบุตรชาย จงตั้งชื่อบุตรนั้นว่าเยซู”  ฝ่ายโยเซฟเมื่อทราบว่ามารีย์ตั้งครรภ์แล้ว ก็ไม่คิดจะแพร่งพรายเรื่องนี้ จึงคิดจะถอนหมั้นอย่างลับ ๆ แต่มีทูตองค์หนึ่งปรากฏแก่โยเซฟในความฝันว่า “โยเซฟบุตรดาวิด อย่ากลัวที่จะรับมารีย์มาเป็นภรรยาของเจ้าเลย เพราะว่าผู้ซึ่งปฏิสนธิ์ในครรภ์ของเธอเป็นโดยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์” โยเซฟจึงทำตามคำนั้น คือได้รับมารีย์มาเป็นภรรยา แต่มิได้สมสู่กับเธอ
ขณะที่มารีย์กำลังตั้งครรภ์อยู่นั้น จักรพรรดิออกัสตัสได้มีรับสั่งให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน คนทั้งปวงต่างต้องเดินทางกลับไปขึ้นทะเบียนยังเมืองของตน โยเซฟกับมารีย์จึงต้องเดินทางจากเมืองนาซาเร็ธ แคว้นกาลิลีไปยังเมืองของดาวิดเมืองหนึ่งชื่อเบธเลเฮม ในแคว้นยูเดีย เพราะโยเซฟเป็นเชื้อสายของดาวิด เมื่อเขาทั้งสองอยู่ที่นั่น ก็ถึงเวลาที่มารีย์ประสูติ “นางจึงประสูติบุตรชายหัวปี เอาผ้าอ้อมพันและวางไว้ในรางหญ้า เพราะว่าไม่มีที่ว่างให้เขาในโรงแรม”
ต่อมามีทูตองค์หนึ่งปรากฏแก่โยเซฟในความฝันแล้วบอกว่า “จงลุกขึ้นพากุมารกับมารดาหนีไปประเทศอียิปต์ และคอยอยู่ที่นั่นจนกว่าเราจะบอกเจ้า เพราะว่าเฮโรดจะแสวงหากุมาร เพื่อจะประหารชีวิตเสีย” โยเซฟจึงพากุมารและมารดาหนีไปยังประเทศอียิปต์ เนื่องจากกษัตริย์เฮโรดทราบว่าได้มีกุมารผู้ที่บังเกิดมาเพื่อจะเป็นกษัตริย์ของชนชาติยิว และทราบจากบรรดามหาปุโรหิตและพวกธรรมาจารย์ว่า กุมารนั้นอยู่ที่เบธเลเฮม จึงใช้ให้คนไปฆ่าเด็กผู้ชายทั้งหลายในบริเวณนั้นที่มีอายุตั้งแต่สองขวบลงมา ครั้นเฮโรดสิ้นพระชนม์แล้ว ทูตองค์หนึ่งปรากฏแก่โยเซฟในความฝันว่า “จงลุกขึ้นพากุมารกับมารดามายังแผ่นดินอิสราเอล เพราะผู้ที่เป็นภัยต่อชีวิตของกุมารนั้นตายแล้ว”  โยเซฟจึงพากุมารกับมารดากลับมาอยู่เมืองนาซาเร็ธ

วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2559



โรมิโอ-จูเรียต 



ในเมืองเวโรน่า มีตระกูลขุนนางสองตระกูล: แคปูเล็ด กับ มอนตาคิวสองตระกูลนี้ไม่ถูกกันอย่างยิ่งยวดมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษเจอกันเป็นไม่ได้ต้องมีเรื่องแล้วก็มีหนุ่มน้อยนาม โรมิโอ เป็นลูกตระกูลมอนตาคิว
แล้ววันหนึ่งเคาน์ทคาปูเล็ตได้จัดงานเต้นรำขึ้นมา โดยเชิญหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าสวยทุกคนในเมืองมางาน
ใครจะมมาร่วมงานด้วยก็ได้ ยกเว้นคนในตระกูลมอนตาคิว
แล้วเพื่อนๆของโรมิโอชื่อเมอร์คูติโอกับเบนโวลิโอก็ยุให้โรมิโอไปร่วมงานด้วยเพื่อนๆเบื่อโรมิโอที่ไปรักผู้หญิงที่ไม่เคยสนใจตัวเองเลยอยากให้ไปเปิดหูเปิดตาว่าในโลกนี้ก็ยังมีผู้หญิงสวยอีกเยอะแล้วทั้งสามคนก็ไปโดยใส่หน้ากากไปแล้วโรมิโอก็ไปเจ๊อะกับผู้หญิงสวยมากกกกคนนึง แล้วก็ลั่นวาจาเกี้ยวแบบหวานๆแฝงอะไรที่คนมีปัญญาเท่านั้น

เข้าใจ= =แล้วนางก็โต้ตอบ แต่แล้ว ทิบอล์ต หลานฝ่ายคาปูเล็ตจำเสียงโรมิโอได้แล้วก็โมโหว่าเป็นมอนตาคิวกล้ามางานนี้ได้ยังไงแต่ท่านเค้าน์ทคาปูเล็ตยกให้เพราะเป็นงานรื่นเริงแล้วโรมิโอก็ทำตัวเยี่ยงสุภาพบุรุษมาตลอด
แล้วงานนั้นก็เลิกไปโรมิโอมารู้ทีหลังว่าผู้หญิงคนที่ตัวเองคุยด้วยรวมทั้งตกหลุมรักเป็นทายาทตระกูลคาปูเล็ตนาม จูเลียต  จูเลียตเองพอมารู้ว่าชายที่ตัวเองคุยด้วยเปนมอนตาคิวก็ตกใจเพราะตัวเองได้หลงรักเข้าแล้ว
คืนนั้นไม่มีใครนอนหลับจูเลียตไปรำพึงรำพันอยู่ที่ระเบียงถึงโรมิโอบอกว่าตัวเองหลงรักชายคนนี้เพียงใดโดยที่ไม่รู้เลยว่าเจ้าตัวแอบฟังอยู่แล้วโรมิโอก็ทนไม่ไหวแสดงตัวออกมาโต้ตอบราวกับว่าคำพูดนั้นพูดกับตัวเองแทนที่จะเป็นการรำพึงรำพันคนเดียว  แล้วสองคนก็คุยกัน   สองคนรักกัน แต่สองตระกูลเป็นศัตรูกัน
แล้วเช้าวันต่อมาก็แต่งงานกันด้วยความร่วมมือของบาทหลวงที่ซี้กับโรมิโอ แต่แล้วตอนกลางวันโรมิโอกับเพื่อนๆมีเรื่องกับทิบอล์ต ทิบอล์ตฆ่าเพื่อนคนนึงของโรมิโอแล้วโรมิโอก็ฆ่าทิบอล์ตตายโรมิโอโดนสำเร็จโทษให้ออกไปจากเวโรน่าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ถ้าถูกเจอหลังจากนั้นจะโดนประหาร เพิ่งแต่งงานกันเดี๋ยวนั้นแล้วก็เหมือนจะโดนหย่าเดี๋ยวนั้น
คืนนั้นโรมิโอนอนกับจูเลียต แล้วออกจากเมืองตอนรุ่งสางจากนั้นไม่กี่วัน พ่อจูเลียตก็บังคับให้จูเลียตแต่งงาน
บาทหลวงช่วยให้จูเลียตไม่ต้องแต่งงานซ้ำซ้อนโดยให้ยานอนหลับไปกิน โดยจูเลียตจะถูกพบในห้องเหมือนศพ แต่จะตื่นขึ้นมาในอีก42ชั่วโมง ระหว่างนั้นบาทหลวงจะส่งจดหมายบอกให้โรมิโอรู้แผน แล้วมาช่วยจูเลียตจากหลุมตอนที่ยาหมดฤทธิ์ โรมิโอตื่นขึ้นมาจากฝันดีที่ว่า ตัวเองได้ตายไปแล้ว แล้วจูเลียตก็มาจุมพิตปลุกให้ตื่นจากความตาย
จากนั้นโรมิโอก็กลายเป็นจักรพรรดิ์แล้วอยู่กับจูเลียตอย่างมีความสุขพอตื่นมาก็คิดว่าวันนี้ต้องมีข่าวดีแน่ๆ
แต่ข่าวดีที่ว่าคือข่าวการตายของจูเลียต โรมิโอใจสลาย โลกนี้ไม่น่าอยู่แล้วหากปราศจากจูเลียต ตัวเองซื้อยาพิษจากคนขายยายาจกคนหนึ่งระหว่างทางไปเวโรน่า  ตอนกลางคืนก็ไปถึงหลุมศพของจูเลียตแต่ไปจ๊ะเอ๋กับคนที่จะแต่งงานกับจูเลียตที่มาเยี่ยมหลุมศพจูเลียต สองคนทะเลาะกันแล้วโรมิโอก็ฆ่าเค้าตายโรมิโอไปเจอร่างจูเลียตเย็นชืดนอนอยู่
แล้วก็ตั้งใจว่าจะฝังตัวเองข้างๆหญิงที่ตนเองรัก ก็ดื่มยาพิษ ตอนที่ได้เวลาจูเลียตตื่นจากยานอนหลับจูเลียตตื่นมาเห็นโรมิโอตาย มีขวดยาพิษในมือ ยังคงงง สับสน แล้วพอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็เอามีดของโรมิโอปักท้องตัวเองตายข้างๆชายที่ตนรักแล้วคนก็แห่กันมาเพราะได้ยินเสียงทะเลาะกันของโรมิโอกับคู่แต่งงานของจูเลียตที่ชื่อ เคาน์ท ปาริส
พอเห็นศพสามคนก็งง มีเคาน์ทของทั้งสองตระกูลมาด้วยพอรู้เรื่องทุกอย่างจากบาทหลวงกับจดหมายลาตายให้พ่อแม่ของโรมิโอก็เสียใจ แล้วก็คืนดีกันหลังจากสงครามที่มีมาหลายชั่วอายุคนโดยกว่าจะคืนดีได้ต้องแลกมาด้วยความตายของลูกที่ตัวเองรัก

วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2559

เวนิสวาณิช

เวนิสวาณิช (อังกฤษ: The Merchant of Venice)ซึ่งเชื่อว่าแต่งขึ้นในราวปี ค.ศ. 1596-1598     เวนิสวาณิชเป็นบทประพันธ์อันลือชื่อของ วิลเลียม เชกสเปียร์ กวีและนักเขียนบทละครชาวอังกฤษ แปลเป็นภาษาไทยครั้งแรกโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์แปลเป็นกลอนบทละคร และนำมาเป็นบทเรียนวรรณคดีไทยจัดอยู่ในประเภทละครชวนหัว แต่ต่อมาก็ได้รับการยอมรับให้เป็นวรรณกรรมโรแมนติกในบรรดาผลงานของเช็ค สเปียร์ทั้งหมด เนื่องจากมีฉากรักที่โดดเด่นมาก และความโด่งดังของตัวละคร ไชล็อก

 



The Merchant of Venice ได้แปลเป็นภาษาไทยครั้งแรกโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์แปลเป็นกลอนบทละครในปี พ.ศ. 2459 นอกจากนี้ยังมี เวนิสวาณิช ฉบับการ์ตูน เรียบเรียงโดย ชลลดา ชะบางบอน

 

เรื่องราวเริ่มต้นที่บัสสานิโยชายหนุ่มเชื่อสายผู้ดีแต่ยากจน ซึ่งตกหลุมรักสาวงามนามว่าปอร์เชีย เพื่อต้องการเดินทางไปหานาง เขาจึงมาขอยืมเงินอันโตนิโย 3,000 เหรียญ อันโตนิโยเป็นคนรักเพื่อน แต่ในตอนนั้นทรัพย์สินทั้งหมดอยู่ที่เรือสินค้า ซึ่งจะมาถึงอีกไม่ช้า เขาจึงขอยืมเงินของไชล็อกมาให้บัสสานิโย ไชล็อกซึ่งมีจิตใจคิดร้ายและเกลียดอันโตนิโยมาแต่ต้น ตกลงให้ยืมโดยไม่มีดอกเบี้ย แต่ทำสัญญาว่าหากถึงเวลาถ้าอันโตนิโยไม่สามารถใช้หนี้ได้จะต้องชดใช้โดยการ ให้ไชล็อกเชือดเนื้อหนัก 1 ปอนด์ 

ถ้าหากถึงเวลากำหนดใช้
ท่านมิได้ใช้เงินกู้ไปนั่น
ให้ต้องตามหนังสือคู่มือพลัน
ตัวดิฉันจะขอสิ่งอื่นแทน
ขอมังสังชั่งหนักหนึ่งปอนด์ถ้วน
แล่เอาตามแต่ที่ควร อย่าหวงแหน..






 
ส่วนนางปอร์เชียนั้น บิดาของนางซึ่งตายไปแล้วสั่งให้เลือกคู่โดยการให้ชายที่สมัครเป็นคู่ของนาง เลือกหีบ 3 ใบ ผู้ใดเลือกได้หีบที่มีรูปของนางจะได้แต่งงานกับนาง หีบ 3 ใบได้แก่หีบทอง หีบเงิน และตะกั่ว นางปอร์เชียเป็นหญิงงาม พร้อมด้วยทรัพย์สมบัติ จึงมีชายมาเลือกหีบหลายราย แต่ มีเพียงบัสสานิโยที่เลือกถูกใบ จึงได้แต่งงานกับนางปอร์เชีย 

ขณะเดียวกันมีจดหมายมาจากอันโตนิโยบอกว่าเรือสินค้าหายในทะเล จึงไม่มีเงินไปใช้หนี้ไชล็อก ขอให้บัสสานิโยดูใจเพื่อนก่อนตาย ซึ่งเมื่อนางปอร์เชียทราบเรื่องก็ยินดีที่จะให้เขาเงินของเธอไปให้อันโตนิโย ใช้หนี้ไชล็อก

เขาเป็นคู่ชีวิตของพี่ยา
คนใจดียิ่งกว่าหาไม่ได้
ทั้งในการบำเรอบำรุงใจ
บ่มิได้หน่ายจิตระอิดระอา


ไชล็อกซึ่งมีใจโหด** ไม่ยอมรับเงินใช้หนี้ไม่ว่าจะกี่เท่าก็ตาม ขณะนั้นนางปอร์เชียซึ่งปลอมตัวเป็นเนติบัณฑิตเข้ามาในศาล นางขอให้ไชล็อกกรุณาแต่ไชล็อกกลับกล่าวว่าจะบังคับกันหรือ และนี่คือคำพูดของปอร์เชีย





The quality of mercy is not strain'd,
It droppeth as the gentle rain from heaven




พระราชนิพนธ์แปลความว่า

อันว่าความกรุณาปรานี จะมีใครบังคับก็หาไม่
หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน



และอีกบทหนึ่งที่มีชื่อเสียงมาก คือ


Tell me where is fancy bred,
Or in the heart, or in the head?
How begot, how nourished?
Reply, reply.
It is engender'd in the eyes,
With gazing fed; and fancy dies
In the cradle where it lies.
Let us all ring fancy's knell
I'll begin it,--Ding, dong, bell



พระราชนิพนธ์แปลความว่า

ความเอยความรัก      เริ่มสมัครชั้นต้น ณ หนไหน
เริ่มเพาะเหมาะกลางหว่างหัวใจ     หรือเริ่มในสมองตรองจงดี
แรกจะเกิดเป็นไฉนใครรู้บ้าง    อย่าอำพรางตอบสำนวนให้ควรที่
ใครถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงรตี     ผู้ใดมีคำตอบขอบใจเอย





ตอบเอยตอบถ้อย           เกิดเมื่อเห็นน้องน้อยอย่าสงสัย
ตาประสบตารักสมัครไซร้       เหมือนหนึ่งให้อาหารสำราญครัน
แต่ถ้าแม้สายใจไม่สมัคร          เหมือนฆ่ารักเสียแต่เกิดย่อมอาสัญ,
ได้แต่ชวนเพื่อนยามาพร้อมกัน     ร้องรำพันสงสารรักหนักหนาเอย



 ไม่ว่าอย่างไรไชล็อกก็หายอมไม่ นางปอร์เชียจึงบอกว่าถ้าอย่างนั้นก็ให้แล่เนื้อได้ แต่ห้ามให้มีโลหิตติด และไม่ให้น้ำหนักขาดหรือเกิน

ดังนี้จงเตรียมแล่มังสะไป
แต่โลหิตอย่าให้ไหลแม้สักนิด

อย่าแล่มากหรือน้อยกว่าหนึ่งปอนด์
ถ้าตัดก้อนเนื้อนั้นน้ำหนักผิด
หนักเบาไปแม้แต่สักนิด
ผิดแม้แต่ส่วนมาตราไป

หรือตราชูเอียงไปข้างใดแม้
แต่เพียงเท่าน้ำหนักเส้นเกศา
ยิวจะต้องถูกประหารซึ่งชีวา
และริบสาระสมบัติด้วยทันที.




 

................